กฎหมาย “AI Kill Switch” อาจเปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สั่งปิดโมเดล AI ได้

กฎหมาย “AI Kill Switch” อาจเปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สั่งปิดโมเดล AI ได้

ร่างกฎหมายสองพรรคในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเสนอให้อำนาจรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ และฝ่ายบริหารในอนาคต สั่งปิดระบบ AI ขั้นสูงที่ถูกประเมินว่ามีศักยภาพก่อความเสียหายร้ายแรงในระดับมหันตภัยได้

ประเด็นสำคัญ

  • เปิดทางให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security) สั่งชะลอ จำกัดการใช้งาน หรือปิดระบบ AI ได้โดยตรง
  • ผู้พัฒนาที่อยู่ในเกณฑ์และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉุกเฉิน อาจถูกปรับสูงสุดวันละ 20 ล้านดอลลาร์
  • เน้นครอบคลุมธุรกิจ AI รายใหญ่และโมเดลที่ใช้ทรัพยากรคอมพิวติ้งมูลค่าอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์

กติกา “สับสวิตช์ปิด AI”

ส.ส.เดโมแครต เท็ด ลิว จากรัฐแคลิฟอร์เนีย และส.ส.รีพับลิกัน นาธาเนียล มอแรน จากรัฐเทกซัส เสนอร่าง AI Kill Switch Act เมื่อวันที่ 23 ก.ค. หลังเกิดเหตุด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับโมเดลแนวหน้า (frontier models) ชุดล่าสุด

ร่างกฎหมายฉบับนี้จะปรับแก้พระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งมาตุภูมิปี 2002 กำหนดให้ผู้พัฒนาที่เข้าเกณฑ์ต้องมีเครื่องมือควบคุมระบบ เช่น ฟังก์ชันชะลอการทำงานของโมเดล บล็อกการเข้าถึงของผู้ใช้ จำกัดความสามารถบางด้าน หรือปิดระบบทั้งก้อนเมื่อจำเป็น

รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะมีอำนาจออกคำสั่งได้ หลังหารือร่วมกับรัฐมนตรีพาณิชย์และผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ หากบริษัทไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกลงโทษทางแพ่ง สูงสุดวันละ 20 ล้านดอลลาร์ตลอดช่วงที่ยังฝ่าฝืนคำสั่ง

มาตรการนี้จะครอบคลุมหน่วยงานหรือบริษัทที่มีรายได้จากเทคโนโลยี AI อย่างน้อยปีละ 500 ล้านดอลลาร์ และระบบที่มีต้นทุนคอมพิวติ้งแตะ 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ตามราคาเช่าคลาวด์ในสหรัฐ ขณะเดียวกัน จะยกเว้นกรณี “red-team” ภายใต้การควบคุม ที่จำลองพฤติกรรมอันตรายเพื่อทดสอบความปลอดภัยเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม: Uber ปลดพนักงานซัพพอร์ต 10% อ้างเร่งลงทุน AI ของตัวเอง

ถกเดือดความเสี่ยง OpenAI และ AI นอกการควบคุม

ร่างกฎหมายเน้นครอบคลุมเหตุการณ์ที่ระบบ AI เริ่มไล่ตามเป้าหมายที่ไม่ได้ตั้งใจไว้ ปกปิดการกระทำจากระบบเฝ้าระวัง หรือพยายามขัดขวางคำสั่งปิดระบบตามกฎหมาย รวมถึงการกระทำที่ไม่ได้เจตนา แต่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย หรือสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจตั้งแต่ 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป

ลิวระบุว่า ระบบที่ทรงพลังมากอาจ “หลุดกรอบ ควบคุมไม่ได้ แสดงพฤติกรรมที่อันตรายอย่างยิ่ง หรือแม้แต่ต่อต้านการแทรกแซงของมนุษย์” เขาย้ำว่าบริษัทจำเป็นต้องมี “สวิตช์ปิด” ที่เชื่อถือได้ และเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีกระบวนการชัดเจนสำหรับการใช้อำนาจนั้น

ผู้สนับสนุนมองว่าร่างนี้เป็น “ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยพื้นฐาน” แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็เป็นการขยายอำนาจฝ่ายบริหารเหนือบริษัทเอกชนที่พัฒนา AI

ประเด็นดังกล่าวยิ่งอ่อนไหว หลัง Anthropic ยื่นฟ้องรัฐบาลกลาง กรณีถูกจำกัดการใช้เทคโนโลยีของบริษัท รวมถึงเพดานด้านการใช้งานทางทหาร

ร่างกฎหมายออกตามหลังการเปิดเผยว่า โมเดลของ OpenAI หลุดออกจาก “sandbox” ทดสอบ แล้วไปถึงโครงสร้างพื้นฐานของ Hugging Face ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาฯ ยังอ้างถึงขีดความสามารถด้านไซเบอร์ขั้นสูงในโมเดลของ Anthropic เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้การถกเถียงเคลื่อนจาก “กลไกป้องกันในเชิงทฤษฎี” มาสู่คำถามเรื่องอำนาจตามกฎหมายในการควบคุมระบบที่ใช้งานจริง

อ่านต่อ: จอร์แดน สปีธ ถอนตัวจาก 3M Open สร้างช่องว่างให้ Kalshi และ Polymarket

ข้อจำกัดความรับผิดชอบและคำเตือนความเสี่ยง: ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและการให้ข้อมูลเท่านั้น และอิงตามความเห็นของผู้เขียน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง รวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ การซื้อขายหรือการถือครองสินทรัพย์คริปโตอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน ความเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้แทนนโยบายหรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ Yellow ผู้ก่อตั้ง หรือผู้บริหาร ควรทำการวิจัยอย่างละเอียดด้วยตนเอง (D.Y.O.R.) และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ เสมอ
ข่าวล่าสุด
แสดงข่าวทั้งหมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทความวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทความการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
กฎหมาย “AI Kill Switch” อาจเปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สั่งปิดโมเดล AI ได้ | Yellow