Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังข้อมูลออนเชนเผยให้เห็นการพุ่งขึ้นผิดปกติของอุปทานจากผู้ถือระยะสั้น ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับความอ่อนแอของราคาใกล้ระดับ $87,000 นักวิเคราะห์นามแฝง Sunny Mom ระบุว่ารูปแบบนี้สะท้อนมุมมองเชิงลบที่ยังคงอยู่ มากกว่าการสะสมเชิงบวกแบบ bullish accumulation seen during similar metrics shifts ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
เกิดอะไรขึ้น: การขยายตัวของอุปทานระยะสั้น
Mom highlighted คลื่น HODL ของบิตคอยน์ในโพสต์ QuickTake เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. โดยแสดงให้เห็นว่าอุปทานจากผู้ถือระยะสั้นกำลังขยายตัวในขณะที่ราคาลดลง ซึ่งเป็นการกลับทิศจากรูปแบบในอดีตที่มักเกิดขึ้นก่อนการปรับตัวขึ้นของราคา เหรียญที่ถูกถือไม่ถึง 155 วัน ตอนนี้คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของอุปทานทั้งหมด แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการ “ถือถุงแบบเฉื่อย ๆ” มากกว่ามีเงินทุนใหม่ไหลเข้าตลาด
นักลงทุนที่เข้าซื้อช่วงราคาพุ่งขึ้นในเดือนตุลาคมไปถึง $120,000 และผู้ที่ซื้อช่วงย่อตัวในเดือนพฤศจิกายน ขณะนี้กำลังเผชิญกับผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ สร้างแรงกดดันขายทุกครั้งที่ราคาพยายามดีดตัว
Mom อธิบายว่ากลุ่มผู้ถือเหล่านี้พยายามขายออกที่จุดคุ้มทุน ทำให้กลุ่มผู้ถือระยะสั้นที่ขยายตัวกลายเป็นเพดานราคา แทนที่จะเป็นแนวรับ
Net Realized Loss ที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเกิดซ้ำตั้งแต่การล้างพอร์ตในเดือนตุลาคม สะท้อนสัญญาณการยอมจำนนของนักลงทุนที่เริ่มล็อกขาดทุนหลังรอคอยมาหลายเดือน
นักวิเคราะห์เปรียบกระบวนการนี้กับ “มีดทื่อ” ที่ในที่สุดก็เริ่มกรีดลึก บีบให้ผู้ถือที่มืออ่อนต้องออกจากตลาดผ่านความเหนื่อยล้าที่ยืดเยื้อ แทนที่จะเป็นการร่วงฮวบในครั้งเดียว
Also Read: SEC Charges Seven Entities Using WhatsApp Groups in $14 Million Fake Crypto Scheme
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ: ช่องว่างอุปสงค์เพิ่มความเสี่ยงฝั่งขาลง
ปริมาณบิตคอยน์ในกระดานเทรดอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะที่ผู้ถือระยะยาวแทบไม่แสดงท่าทีต้องการกระจายเหรียญออกมา ส่งผลให้เกิด “ช่องว่างอุปสงค์” แม้แรงขายโดยรวมจะไม่มากนัก
Mom ระบุว่า การขายเพียงเล็กน้อยก็สามารถกดราคาลงได้แรง บนสมุดคำสั่งที่บางตัว ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านมหภาคยังทำให้ผู้ซื้อรายใหม่ลังเล
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบิตคอยน์อาจจำเป็นต้องปรับตัวลงต่ำกว่า $80,000 เพื่อบีบให้ผู้ถือที่มืออ่อนที่เหลืออยู่ต้องทยอยออกจากตลาด และเปิดทางให้ผู้ถือรายใหญ่สะสมเพิ่ม แม้ว่าผู้สังเกตการณ์บางส่วนจะมองเป้า Q1 2026 recovery based on expected rate cuts และสภาพคล่องโลกที่ปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
Read Next: Meme Coins and AI Tokens Post Significant Losses in 2025 Despite Leading Crypto Narratives





