Anthropic ได้ส่งตัวแทนไปยังกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร เพื่อคัดค้านการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จำกัดการใช้งานโมเดล AI Mythos มาตรการล็อบบี้ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการออกกฎควบคุมการส่งออก ซึ่งส่งผลให้ Mythos ไม่สามารถถูกนำไปใช้งานในต่างประเทศได้ โดยอ้างถึงความสามารถขั้นสูงของโมเดล ในการตรวจหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของซอฟต์แวร์
ขอบเขตของข้อจำกัดที่ใช้กับ Mythos
Mythos เป็นโมเดลขั้นแนวหน้าล่าสุดของ Anthropic โดย Anthropic ระบุอย่างเปิดเผยว่า Mythos มีความสามารถในระดับสูงมากในการค้นหาช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ ซึ่งบริษัทเองก็เคยมองว่าอาจเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคง
ทำเนียบขาวได้ขยับเพื่อจำกัดการส่งออกโมเดลนี้โดยไม่ออกแนวทางกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้ผ่านกระบวนการออกกฎระเบียบตามปกติ Politico รายงานว่า ผู้สนับสนุนในอุตสาหกรรมมองว่าการดำเนินการนี้เป็นการละเมิดคำมั่นของรัฐบาลก่อนหน้านี้ ที่จะคงการกำกับดูแล AI ให้น้อยที่สุด
นิตยสาร Fortune อธิบายว่ามาตรการควบคุมนี้มีลักษณะเสมือนระบบใบอนุญาตโดยพฤตินัย ภายใต้กรอบคิดดังกล่าว รัฐบาลมีอำนาจยับยั้งอย่างมีนัยสำคัญว่าโมเดล AI ขั้นแนวหน้ารุ่นใด จะสามารถเข้าถึงผู้ใช้ต่างชาติได้ แม้จะไม่ได้มีบทบัญญัติกฎหมายที่ชัดเจนรองรับก็ตาม
Also Read: EU Rejects US Security Claims On Anthropic AI Models
ศึกการส่งออกสะท้อนการเปลี่ยนทิศทางนโยบาย AI กว้างขึ้น
กรณีของ Mythos สะท้อนรูปแบบความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างห้องปฏิบัติการ AI ขั้นแนวหน้า กับผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ ทำเนียบขาวเคยออกคำสั่งฝ่ายบริหารด้าน AI ฉบับกว้างในต้นปี 2025 ที่เน้นให้ภาคอุตสาหกรรมกำกับดูแลตนเอง ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างมากในเดือนมิถุนายน 2026 เมื่อมีการจำกัด Mythos โดยไม่มีขั้นตอนกระบวนการอย่างเป็นทางการ
มีรายงานว่ารัฐบาลยุโรปตอบสนองต่อข่าว Mythos ด้วยการเร่งโครงการ AI เชิงอธิปไตยของตน การเจรจาของ Anthropic ในกรุงวอชิงตันจึงเป็นความพยายามที่จะย้อนหรืออย่างน้อยก็จำกัดขอบเขตข้อจำกัด ให้แคบลงก่อนที่มาตรการควบคุมการส่งออกจะกลายเป็นบรรทัดฐานถาวร ผลลัพธ์ของกรณีนี้ จะมีอิทธิพลต่อวิธีที่ห้องปฏิบัติการ AI ขั้นแนวหน้าอื่น ๆ ประเมินความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของตนเอง
Read Next: Did Google Quietly Build A $350B Venture Empire Around SpaceX, Anthropic And Waymo?





