สตาร์ทอัพ AI สัญชาติจีน DeepSeek เปิดตัว artificial intelligence model ใหม่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 โดยอ้างว่าสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมาก การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นกว่าหนึ่งปีหลังจากโมเดลตัวแรกของบริษัทที่สร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก และกระตุ้นให้เกิดการทบทวนสมมติฐานด้านการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่
DeepSeek ปล่อยอะไรออกมา
โมเดลใหม่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 เมษายน ตามรายงานของ The Hindu รายงานระบุว่าการเปิดตัวครั้งนี้เป็นสิ่งที่ “รอคอยกันมานาน” และชี้ว่าบริษัทอ้างว่าโมเดลสามารถทำผลงานได้ในต้นทุนการประมวลผลเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับระบบตะวันตกที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน
ณ เวลาเผยแพร่ข่าวยังไม่มีชุดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (benchmark) ที่เฉพาะเจาะจงของโมเดลใหม่ออกมา DeepSeek ยังไม่เผยแพร่เอกสารเทคนิคเชิงลึก แม้ตามปกติแล้วบริษัทจะออกเอกสารไวต์เปเปอร์ตามออกมาหลังการเปิดตัวโมเดล
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสัปดาห์ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เพิ่งประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมราว 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยผู้ติดตามอุตสาหกรรม ภาพการใช้จ่ายดังกล่าวทำให้การมาถึงของโมเดลต้นทุนต่ำจากห้องวิจัยจีนกลายเป็นเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญทางการค้า
Also Read: BTC And ETH Fall Overnight As Japan Data Adds Fresh Pressure To Geopolitical Selloff
ภูมิหลัง
การเปิดตัวโมเดลหลักตัวแรกของ DeepSeek ช่วงต้นปี 2025 เคยทำให้หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วงลงแรงในวันเดียว ปฏิกิริยาของตลาดสะท้อนความกังวลว่าโมเดลที่มีประสิทธิภาพและราคาถูกอาจทำให้ความต้องการชิปเกรดสูงและศูนย์ข้อมูลลดลง หุ้นของ Nvidia ดิ่งลงอย่างมากในวันนั้นก่อนที่จะฟื้นตัวบางส่วน เหตุการณ์ดังกล่าวบังคับให้ทั้งอุตสาหกรรมถกเถียงกันอย่างจริงจังว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI นั้นอาจเกินความต้องการที่แท้จริงของโมเดลหรือไม่
การถกเถียงนั้นค่อย ๆ เงียบลงเมื่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เดินหน้าลงทุนเงินทุน (capex) เชิงรุกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การกลับมาของ DeepSeek พร้อมคำอ้างลดต้นทุนรอบใหม่ทำให้ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง บริษัทดำเนินการภายใต้กรอบกำกับดูแลของจีนและไม่เปิดเผยตัวเลขรายได้หรือขนาดการใช้ทรัพยากรประมวลผลในรายละเอียดเหมือนบริษัทคู่แข่งในสหรัฐฯ
ความขัดแย้งในอิหร่านซึ่งยังดำเนินอยู่ในขณะเขียนข่าวนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานชิป AI แยกต่างหาก ตาม analysis from The Motley Fool มาตรการจำกัดการส่งออกและความไม่มั่นคงในภูมิภาคทำให้โลจิสติกส์การจัดหาชิปลำบากขึ้นสำหรับนักพัฒนา AI ทั่วโลก โมเดลที่ใช้ต้นทุนการรันต่ำลงช่วยลดการพึ่งพาชิประดับสูงสุด ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทาน
Also Read: America Runs A Bitcoin Node: What The Government's Move Means For The Network
ผลกระทบต่อเนื้อเรื่อง Crypto AI
ในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา ตลาดคริปโตได้พัฒนา “เนื้อเรื่อง” ที่เชื่อมโยงกับ AI ขึ้นมาอย่างชัดเจน โทเคนที่ผูกกับโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบกระจายศูนย์ ทั้งเครือข่ายคอมพิวต์และโปรโตคอลข้อมูล ถูกซื้อขายโดยมีส่วนหนึ่งของความคาดหวังผูกกับดีมานด์ด้าน AI โมเดลต้นทุนต่ำที่มีความน่าเชื่อถือจาก DeepSeek อาจลดขนาดตลาดที่ต้องการคอมพิวต์ต้นทุนสูง ส่งผลต่อเนื้อเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ดี ภาค AI แบบกระจายศูนย์โต้แย้งว่าตนเองมุ่งเป้าไปที่ use case คนละแบบกับผู้ให้บริการโมเดลแบบรวมศูนย์ ผู้สนับสนุนมองว่าเครือข่ายคอมพิวต์แบบกระจายศูนย์ให้บริการนักพัฒนาโมเดลโอเพ่นซอร์สและแอปพลิเคชันที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มากกว่าการแข่งโดยตรงกับ DeepSeek หรือ OpenAI
ในอีกด้านหนึ่ง OpenAI ก็เป็นข่าวใหญ่เมื่อวันที่ 24 เมษายน เมื่อรายงานของ New York Times ระบุว่ามีแรงกดดันภายในต่อซีอีโอ Sam Altman ให้ชัดเจนขึ้นในกลยุทธ์สร้างรายได้ของบริษัท บริบทดังกล่าวยิ่งตอกย้ำภาพการแข่งขันในภาค AI ที่ “ประสิทธิภาพด้านต้นทุน” กำลังกลายเป็นสมรภูมิหลัก
Also Read: Moonriver Jumps 89% In 24 Hours As Kusama Parachain Draws Fresh Trader Attention
อะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
DeepSeek ยังไม่ประกาศไทม์ไลน์การปล่อยเวอร์ชันเชิงพาณิชย์ของโมเดลใหม่ หากคำอ้างด้านต้นทุนของโมเดลผ่านการทดสอบจาก benchmark อิสระแล้วปัจจิกิริยาของหุ้นชิป AI และกองทุน ETF โครงสร้างพื้นฐานน่าจะเคลื่อนไหวในรูปแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2025
สำหรับตลาดคริปโตเอง จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นปฏิกิริยาโดยตรงที่ชัดเจนต่อการเปิดตัว BTC และ ETH เคลื่อนไหวใกล้ระดับเดิมในชั่วโมงหลังกการประกาศ โทเคนในกลุ่มคอมพิวต์ AI แบบกระจายศูนย์ก็ยังไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาที่ตรวจสอบ
เรื่องราวนี้ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเปิดเผยข้อมูลเทคนิคเพิ่มเติมจาก DeepSeek ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะประเมินรอบการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI ใหม่อีกครั้งหรือไม่
Read Next: SPK Hits 74% Gain In A Day As The Flare Network Token Captures Trader Attention





