OpenAI เดินเกมรุกปล่อยตระกูล GPT-5.6 ให้ใช้งานทั่วไป แบ่งไลน์ชัดระหว่างรุ่นเรือธง Sol กับรุ่นกลาง Terra ที่ออกแบบมารองรับเวิร์กโหลดคนละแบบอย่างสิ้นเชิง
ประเด็นสำคัญ
- Sol คิดราคา 5 ดอลลาร์ต่อโทเคนอินพุตหนึ่งล้าน และ 30 ดอลลาร์ต่อโทเคนเอาต์พุตหนึ่งล้าน แพงกว่า Terra ราวเท่าตัว
- Sol นำโด่งในเบนช์มาร์กด้านโค้ดและเอเจนต์ ขณะที่ Terra เน้นงานประจำด้วยต้นทุนต่ำกว่า
- ผลทดสอบแรกๆ ชี้ว่าในงานยาวๆ Terra กลับใช้โทเคนเอาต์พุตมากกว่า Sol
โครงสร้างราคา GPT-5.6: Sol กับ Terra แยกชั้นชัด
OpenAI ประกาศ เปิดตัว GPT-5.6 บน ChatGPT, Codex และ API เมื่อ 9 ก.ค. หลังจากช่วงพรีวิวจำกัดเพียงราวสองสัปดาห์ โดย Sol ในฐานะรุ่นท็อปถูกวางตัวสำหรับงานซับซ้อนอย่างการเขียนโค้ดระดับลึก ความปลอดภัยไซเบอร์ และงานเอเจนต์ที่รันต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็น “โมเดลด้านโค้ดที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ส่วน Terra อยู่ถัดลงมาหนึ่งขั้น ให้ประสิทธิภาพระดับแข่งกับ GPT-5.5 ได้ที่ต้นทุนราวครึ่งเดียว
จุดต่างที่ชัดที่สุดคือ “ราคา”
- Sol: 5 ดอลลาร์ต่ออินพุต 1 ล้านโทเคน / 30 ดอลลาร์ต่อเอาต์พุต 1 ล้านโทเคน
- Terra: 2.50 ดอลลาร์ต่ออินพุต 1 ล้านโทเคน / 15 ดอลลาร์ต่อเอาต์พุต 1 ล้านโทเคน
- Luna (รุ่นวอลุ่มสูง): 1 ดอลลาร์ต่ออินพุต 1 ล้านโทเคน / 6 ดอลลาร์ต่อเอาต์พุต 1 ล้านโทเคน
การเข้าถึงผ่าน ChatGPT ก็สะท้อนการแบ่งชั้นเดียวกัน ผู้ใช้เสียเงินสามารถเรียกใช้ Sol ได้ผ่านโหมด reasoning ระดับกลางและสูง ขณะที่ผู้ใช้ฟรีและแพ็กเกจ Go จะได้ Terra ใน ChatGPT Work และ Codex เป็นหลัก ด้าน GitHub ก็ได้ ใส่ ทั้งสามโมเดลเข้าไปใน Copilot แล้ว โดยวาง Sol เป็นตัวเลือกสำหรับงานวิเคราะห์และให้เหตุผลบนโค้ดเบสขนาดใหญ่ ส่วน Terra เป็นดีฟอลต์สมดุลสำหรับการโค้ดแบบเอเจนต์ในชีวิตประจำวัน
อ่านเพิ่มเติม: Charles Hoskinson จะทิ้ง Cardano จริงหรือ? เจ้าตัวยันเป็นเรื่องเท็จสิ้นเชิง
เบนช์มาร์กชี้ Sol นำ Terra ชัดในงานเขียนโค้ด
บนดัชนี Artificial Analysis Coding Agent Index นั้น Sol ทำคะแนนได้ 80 คะแนน สูงกว่า Claude Fable 5 ของ Anthropic ประมาณ 2.8 คะแนน ตามตัวเลขที่ OpenAI เปิดเผย ด้านซีอีโอ Sam Altman ก็ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าโมเดลตัวนี้มีประสิทธิภาพด้านการใช้โทเคนในงานโค้ดสูงกว่ารุ่นก่อนของบริษัทถึง 54% ซึ่งเป็นจุดขายที่ยิงตรงใส่บัดเจ็ตองค์กรขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไม่ได้สวยทุกมุม Sol ทำคะแนน SWE-Bench Pro ได้ 64.6% ยัง ตามหลัง Claude Mythos 5 อยู่ราว 15 คะแนน แต่รีวิวอิสระหลายราย พบ ว่าในงานจริงที่ต้องไล่จัดการรีโปซิทอรีขนาดใหญ่ สกปรก และยืดเยื้อ Sol ยัง “เกาะงาน” ได้ดี ไม่หลุดโฟกัสง่าย ขณะที่ Terra เหมาะกับงานเขียนโค้ดแบบขอบเขตชัดเจน งานอิมพลีเมนต์ฟีเจอร์ย่อย และรีวิวโค้ดรอบแรก ก่อนจะสเกเลตขึ้นไปใช้รุ่นใหญ่เฉพาะเคสที่จำเป็น
แต่อีกด้านหนึ่ง ผลทดสอบชุดเดียวกันก็มีคำเตือนสำหรับทีมที่เน้นประหยัดต้นทุน Terra ใช้โทเคนเอาต์พุตมากกว่า Sol ในรันโค้ดยาวๆ หลายงาน หมายความว่า “เรตโทเคนถูกกว่า” ไม่ได้การันตีว่า “ต้นทุนจริงต่อหนึ่งงานจะถูกกว่า” เสมอไป ทีมไอทีและฟินเทคจึงควรดูตัวเลขต้นทุนต่อหนึ่งโจทย์ (cost per solved job) ไม่ใช่แค่ราคาโทเคนบนป้าย ก่อนตัดสินใจย้ายโหลดหลักๆ ไปที่ Terra
เปลี่ยนวิธีปล่อยโมเดลหน้าด่าน และรีแบรนด์ระบบชื่อเรียก
การเปิดตัวแบบทยอยปล่อยรอบนี้ สะท้อนการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของ OpenAI ในการ ship โมเดลระดับหน้าด่าน บริษัทบรีฟรัฐบาลสหรัฐล่วงหน้าเกี่ยวกับขีดความสามารถของตระกูล GPT-5.6 ก่อนเปิดตัว และจำกัดสิทธิ์เข้าถึงช่วงแรกไว้ในกลุ่มพาร์ตเนอร์ที่ผ่านการคัดกรอง โดยแจ้งรายชื่อคู่ค้าเหล่านี้ให้เจ้าหน้าที่รัฐรับทราบด้วย
ขณะเดียวกัน GPT-5.6 ยังถือเป็นจุดเริ่มรีเซ็ตระบบการตั้งชื่อของค่าย ตัวเลข “5.6” กลายเป็นตัวบอกเจนเนอเรชันหลัก ส่วนชื่อ Sol, Terra และ Luna จะใช้เป็น “เลเยอร์ความสามารถ” ถาวร ที่สามารถอัปเกรดประสิทธิภาพของตัวเองได้ตามรอบพัฒนา โดยไม่ต้องผูกติดกับการเปลี่ยนเลขเจนทุกครั้ง
อ่านต่อ: Palantir หั่นวิศวกรทิ้ง 50 คน มูลค่าบริษัทหายไปหนึ่งในสี่ เกิดอะไรขึ้น?





