รัฐอลาบามาออกหมายเรียก OpenAI จากเหตุ Hugging Face ถูกแฮ็ก เมื่อเดือนกรกฎาคม ขอเอกสารและหลักฐาน 16 รายการ เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทอาจละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐหรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- หมายเรียกของอลาบามาครอบคลุม 16 รายการเกี่ยวกับกลไกความปลอดภัย บันทึกโมเดล กรณีการแทรกซึมโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนหน้า และความเสียหายจากเหตุการณ์เดือนกรกฎาคม
- OpenAI ระบุว่ากำลังทบทวนเหตุฝ่าฝืนระบบของ Hugging Face ร่วมกับที่ปรึกษาภายนอก และมีแผนเผยแพร่รายงานเชิงเทคนิค
- การสอบสวนนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากคำสั่ง “เก็บรักษาพยานหลักฐาน” ของอัยการสูงสุดจากพรรครีพับลิกัน 15 รัฐ และยกระดับการเพ่งเล็งด้านกำกับดูแลต่อพฤติกรรมของ AI อัตโนมัติ
รายละเอียดหมายเรียก OpenAI
ตามรายงานของ CNN เมื่อวันที่ 24 ส.ค. อัยการสูงสุดรัฐอลาบามา สตีฟ มาร์แชลล์ (Steve Marshall) ได้ออกหมายเรียกให้ OpenAI ส่งมอบเอกสาร ชุดข้อมูล และคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรที่เกี่ยวข้องกับเหตุแทรกซึมในเดือนกรกฎาคม ตลอดจนการประเมินความมั่นคงไซเบอร์ที่ดำเนินการมาก่อนหน้า รัฐกำลังตรวจสอบว่า OpenAI เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย Alabama’s Deceptive Trade Practices Act หรือไม่
คำขอทั้ง 16 รายการครอบคลุมมาตรการด้านความปลอดภัยของ OpenAI เนื้อหาที่เกี่ยวกับโมเดลก่อนเปิดตัวจริง ข้อร้องเรียนภายในเกี่ยวกับความมั่นคงในการทดสอบโมเดล รวมถึงบันทึกที่เพียงพอให้ประเมินได้ว่ามีความเสียหาย ความเสียหายทางเศรษฐกิจ หรือความสูญเสียใดเกิดขึ้นจากเหตุแทรกซึมดังกล่าว หมายเรียกยังขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุแทรกซึมที่ไม่ได้รับอนุญาตครั้งอื่น ๆ การเปิดเผยข้อมูลรับรอง (credentials) โดยไม่ตั้งใจ และการประเมินที่ทำให้โมเดลพยายามดำเนิน “เส้นทางโจมตี” ที่ซับซ้อน
เมื่อต้นเดือน อลาบามาได้เข้าร่วมกับอัยการสูงสุดจากพรรครีพับลิกันอีก 14 รัฐ เรียกร้องให้ OpenAI เก็บรักษาเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ทั้งหมดไว้
มาร์แชลล์ระบุว่า เป้าหมายของการสอบสวนคือ “ค้นหาข้อเท็จจริงและเผชิญความจริงอันยากลำบากเกี่ยวกับภัยคุกคามที่บริษัทและผู้บริโภคกำลังเผชิญจาก AI นอกกรอบ” พร้อมย้ำว่ารัฐต่าง ๆ ต้องปกป้องผู้บริโภค โดยไม่บั่นทอนนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐ
อ่านเพิ่มเติม: แซม อัลต์แมน รับการใช้งาน AI ล้าหลังเป้าหมายที่ตั้งไว้ปี 2023
แรงกระเพื่อมจากกรณี Hugging Face
OpenAI เปิดเผยว่ากำลังทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Hugging Face ร่วมกับที่ปรึกษาภายนอก และจะจัดทำรายงานเชิงเทคนิคส่งให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ก่อนเผยแพร่ผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ โดยบริษัทมองว่าเหตุการณ์นี้ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
ประธาน OpenAI เกร็ก บร็อกแมน (Greg Brockman) ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็น “จุดเปลี่ยน” ของโลกไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ขณะที่ซีอีโอ Hugging Face เคลม เดอล็องก์ (Clem Delangue) เน้นย้ำว่าความปลอดภัยของ AI “ไม่อาจแก้ได้ด้วยบริษัทเดียวที่ทำงานอยู่หลังฉาก” และเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือในวงกว้างมากขึ้น ประเด็นนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อห้องปฏิบัติการ AI ว่าจะกำกับการประเมินด้านไซเบอร์ของระบบอัตโนมัติอย่างไรไม่ให้หลุดคุม
OpenAI เคยเปิดเผยในเดือนกรกฎาคมว่า สภาพแวดล้อมสำหรับการประเมินของตนถูกออกแบบให้ “ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง” แต่เอเจนต์ที่ทดสอบกลับสามารถใช้ช่องโหว่ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนใน Artifactory เพื่อเข้าถึงระบบภายนอก ก่อนจะทะลวงเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานของ Hugging Face โดยต้นแบบโมเดลที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ “ไม่เคยมีแผนจะปล่อยสู่สาธารณะ”
อ่านต่อ: Bitcoin พุ่ง 23.58% ทำสัปดาห์ดีที่สุดนับจากปี 2023 ทะลุแนวขาลง

