บิตคอยน์ (BTC) ปรับตัวลงมาบริเวณ ประมาณ $62,000 หลังสัญญาณท่าทีเข้มงวดจาก ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ทำให้นักเทรดกลับเข้าสู่จุดยืนเชิงป้องกันความเสี่ยง
ประเด็นสำคัญ:
- บิตคอยน์ร่วงประมาณ 4% จากจุดสูงสุดวันที่ 17 มิ.ย. หลังเฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณแนวทางนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น
- เทรดเดอร์จับตาระดับ $62,000 และ $60,000 เป็นแนวรับสำคัญ ขณะที่แนวต้านยังอยู่บริเวณ $65,000 และ $67,000
- โครงสร้างสถานะออปชัน แรงไหลออกจากกองทุน ETF และดีมานด์จากสหรัฐที่อ่อนแอกดดันราคา แม้ผู้ถือรายใหญ่ยังคงสะสมเหรียญต่อเนื่อง
ราคา Bitcoin
บิตคอยน์ร่วงจากจุดสูงสุดวันที่ 17 มิ.ย. ที่ $66,315 ลงมาทำจุดต่ำระหว่างวันบริเวณ $62,000 ในช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย. ตามข้อมูลจาก Bitcoin Magazine การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ราคาทะลุแนวรับบริเวณ $64,000 ลงมา และทำให้ตลาดต้องพยายามประคองตัวเหนือแถว $62,500
แรงขายเกิดขึ้นหลังการตัดสินใจของเฟดที่จะคงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานไว้ที่ 3.50%–3.75% และการปรับประมาณการล่าสุดที่ลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ย ในขณะที่ประธานเฟด Kevin Warsh ยังเปิดช่องความเป็นไปได้ของการเข้มงวดนโยบายเพิ่มเติม
สัญญาณดังกล่าวมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์อีกด้านหนึ่ง
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ดำเนินข้อตกลงชั่วคราวที่เปิดช่องช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และทำให้อิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันได้
ราคาน้ำมันปรับตัวลงมาบริเวณ $75 ต่อบาร์เรล ซึ่งโดยปกติถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง แต่ครั้งนี้บิตคอยน์ไม่ได้ตอบสนองตามนั้น สะท้อนว่าปัจจัยนโยบายการเงินเป็นตัวขับเคลื่อนมุมมองระยะสั้นในตลาดมากกว่า
อ่านเพิ่มเติม: ChatGPT Pulse Is Dying As Scheduled Tasks Become The New Hub
แนวรับของบิตคอยน์
ขณะนี้เทรดเดอร์โฟกัสไปที่การหมดอายุของสัญญาออปชันบิตคอยน์วันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งมีมูลค่าเปิดสัญญา (open interest) ราว 10.5 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Bitcoin Magazine Pro สัญญา call กระจุกตัวอยู่ใกล้ $80,000 ขณะที่ความต้องการสัญญา put เพิ่มขึ้นบริเวณ $60,000
ระดับ max pain ปัจจุบันอยู่แถว $74,000 ซึ่งสูงกว่าราคา spot อย่างมีนัยสำคัญ ช่องว่างนี้ทำให้สถานะฝั่งขาขึ้นจำนวนมากเผชิญแรงกดดัน และอาจเพิ่มแรงทำเฮดจ์หากราคายังคงอ่อนตัวลง
สัญญาณทางเทคนิคก็สะท้อนโมเมนตัมที่อ่อนแรง บิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ Fibonacci รีเทรซเมนต์ 61.8% ใกล้ $65,000 และแนวต้านเทรนด์กว้างบริเวณ $68,400 ขณะที่กลุ่มสภาพคล่อง (liquidity clusters) อยู่บริเวณ $65,000–$67,000 ด้านบนราคา และแถว $63,500 กับ $62,000 ด้านล่าง
ความต้องการจากสถาบันก็อ่อนลง ขณะที่กองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ บันทึกเม็ดเงินไหลออกในระยะหลัง ดัชนี Coinbase Premium ยังคงติดลบ บ่งชี้แรงซื้อจากผู้เล่นสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง
อย่างไรก็ดี การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เป็นภาพด้านเดียว กระเป๋าเงินที่ถืออย่างน้อย 1,000 BTC เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ขณะที่ปริมาณสำรองเหรียญในกระดานเทรดลดลง สะท้อนว่าผู้ถือระยะยาวยังคงย้ายเหรียญออกจากแพลตฟอร์มซื้อขาย
ปัจจุบันบิตคอยน์กำลังเทรดอยู่ในกรอบกว้างระหว่าง $60,000 ถึง $70,000 การดีดกลับเหนือ $65,000 และตามด้วย $67,000 อาจดึงความสนใจกลับไปที่แนวต้านใหญ่แถว $70,000 ขณะที่การหลุดต่ำกว่า $62,000 จะทำให้ระดับ $60,000 และจุดต่ำสุดของเดือนมิถุนายนกลับมาเป็นจุดโฟกัสอีกครั้ง
อ่านต่อ: Moody’s Ratings Go Live On Solana In Public-Chain First





