สิงคโปร์, 7 เมษายน 2026 /PRNewswire/ -- ChainUp ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ได้เผยแพร่รายงาน Exchange Operator's Intelligence Report 2026 ฉบับปี 2026 ซึ่งระบุถึง “การย้ายถิ่นแบบเงียบ ๆ” ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยเผยให้เห็นว่า 60% ของเทรดเดอร์คริปโตที่ยังมีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง ได้เปลี่ยนแพลตฟอร์มเทรดหลักของตนภายในระยะเวลา 24 เดือนที่ผ่านมา
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงการสั่นคลอนอย่างรุนแรงของความภักดีต่อแบรนด์แบบดั้งเดิม ในตลาดปี 2026 99% ของเทรดเดอร์ พร้อมจะย้ายแพลตฟอร์ม หากมีโอกาสได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น แม้เพียงเล็กน้อย ทั้งในด้านประสิทธิภาพการซื้อขาย หรือจำนวนโทเคนที่มีให้เทรด
ความเป็นจริงปี 2026: ประสิทธิภาพสำคัญกว่าแบรนด์
รายงานยืนยันว่า ความน่าเชื่อถือด้านเทคนิคและการปฏิบัติตามข้อกำหนด กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “จุดแตกต่างทางการแข่งขัน” ไปเป็นเพียง “ปัจจัยด้านสุขอนามัย” ที่แพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีเพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้เท่านั้น เทรดเดอร์ในปัจจุบันจะไม่ให้รางวัลแก่เว็บเทรดเพียงเพราะมีระบบออนไลน์ตลอดเวลา แต่จะลงโทษแพลตฟอร์มทันที เมื่อมีแรงเสียดทานด้านการปฏิบัติงานเพียงเล็กน้อย
“ตลาดได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่การเป็นแพลตฟอร์มที่ ‘แข็งแรงด้านเทคนิค’ อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะปกป้องสภาพคล่องอีกต่อไป” Sailor Zhong ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ ChainUp กล่าว “งานวิจัยของเราชี้ว่า ในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยยูทิลิตีล้วน ๆ แรงเสียดทานเชิงปฏิบัติการเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอจะจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางของกระแสทุนอย่างเงียบ ๆ แต่เด็ดขาด เพื่ออยู่รอด ผู้ให้บริการเว็บเทรดต้องก้าวให้ไกลกว่าการหาลูกค้าใหม่ และมุ่งสู่การเป็นเจ้าของตลอดวงจรชีวิตผู้ใช้ (lifecycle ownership) สร้างแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกว่า ‘โตเกินไป’ จนต้องย้ายออก”
ช่องว่างความพึงพอใจ และเหตุผลที่เทรดเดอร์ย้ายจากแพลตฟอร์มเดิม
ข้อค้นพบหลักของรายงาน คือ “ช่องว่างความพึงพอใจ” ที่ถ่างกว้างขึ้นระหว่างความคาดหวังของผู้ใช้ กับศักยภาพที่แพลตฟอร์มในปัจจุบันสามารถตอบสนองได้ แม้ว่าคุณภาพของอินเทอร์เฟซจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเลือกแพลตฟอร์ม แต่ข้อมูลกลับสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ในมุมมองของเทรดเดอร์ต่อยูทิลิตีที่ได้รับจากแพลตฟอร์มหลักของตน
ช่องว่างนี้ทำหน้าที่เป็นตัวบั่นทอนมูลค่าแบบเงียบ ๆ สำหรับผู้ให้บริการเว็บเทรด แรงเสียดทานภายในโครงสร้างพื้นฐาน มักเป็นตัวผลักดันให้สภาพคล่องปริมาณสูงไหลไปยังคู่แข่งที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ก่อนที่ผู้ให้บริการจะแยกแยะแนวโน้มการลดลงของจำนวนผู้ใช้อย่างชัดเจนได้เสียอีก และเมื่อแพลตฟอร์มเริ่มเห็นปริมาณการซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด กระบวนการกัดกร่อนฐานผู้ใช้หลักก็มักดำเนินไปแล้วเป็นเวลาหลายเดือน
“ในตลาดที่อิ่มตัวเช่นปัจจุบัน ความเสี่ยงหลักไม่ใช่การล้มเหลวด้านเทคนิคอีกต่อไป แต่คือการส่งมอบแพลตฟอร์มที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของตลาดได้” Chung Ho ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ ChainUp กล่าว “เมื่อความคาดหวังของผู้ใช้เติบโตเร็วกว่าการพัฒนาเชิงเทคนิค โครงสร้างพื้นฐานจึงต้องทำได้มากกว่าการ ‘ทำงานได้’ แต่ต้องกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ที่ช่วยยึดครองส่วนแบ่งตลาดให้ได้”
แผนยุทธศาสตร์สำหรับเว็บเทรดคริปโตในปี 2026 และหลังจากนั้น
Exchange Operator's Intelligence Report 2026 ทำหน้าที่เป็นโรดแมปเชิงข้อมูลสำหรับเว็บเทรดคริปโต ที่ต้องการก้าวข้ามการมองแค่ “ตัวจุดชนวนการย้ายทุน” และเริ่มเดินหน้าชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างจริงจัง ผ่านการนำกลยุทธ์ต่าง ๆ ในรายงานไปปรับใช้ ผู้ให้บริการจะสามารถยกระดับจากแพลตฟอร์มที่ “แข็งแรงด้านเทคนิค” ไปเป็น “เวิร์กสเตชันที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ใช้” ซึ่งเป็นศูนย์กลางของรายได้ปริมาณสูง
ผลลัพธ์ทางธุรกิจสำคัญที่อธิบายไว้ในรายงานฉบับเต็ม ได้แก่:
- หยุดการไหลออกของทุน (Halt Capital Flight): อุด “ช่องว่างความพึงพอใจ” เพื่อลดจุดเสียดทานเฉพาะจุด และหยุดยั้งการย้ายแพลตฟอร์มของเทรดเดอร์คริปโตที่ยังใช้งานอยู่
- ชิงส่วนแบ่งตลาดปริมาณเทรดสูง: ใช้ประโยชน์จากส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) และประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) เป็นคันโยกภายในที่สามารถควบคุมได้ เพื่อรักษาเทรดเดอร์ให้อยู่กับแพลตฟอร์ม
- เพิ่มมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของผู้ใช้: ดำเนินกลยุทธ์ “Lifecycle Ownership” เพื่อเร่งให้ผู้เริ่มต้นเติบโตเป็นเทรดเดอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ เปลี่ยนผู้ใช้ปริมาณเทรดต่ำให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ความถี่สูง
ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของแพลตฟอร์มคริปโตของคุณได้ ที่นี่
เกี่ยวกับ ChainUp
ChainUp เป็นผู้ให้บริการโซลูชันสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำระดับโลก ที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความซับซ้อนของระบบนิเวศที่กำลังวิวัฒน์อย่างรวดเร็วนี้ได้ ChainUp ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ โดยให้บริการลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่บริษัท Web3 ไปจนถึงสถาบันการเงินดั้งเดิม
ชุดโซลูชันแบบครบวงจรของ ChainUp ครอบคลุมโซลูชันเว็บเทรดคริปโต เทคโนโลยีด้านสภาพคล่อง กระเป๋าเงิน MPC แบบไวท์เลเบล เครื่องมือวิเคราะห์ติดตามธุรกรรมคริปโตแบบ KYT โทเคนไนซ์สินทรัพย์ การจัดการสินทรัพย์คริปโต และโครงสร้างพื้นฐาน Web3 เช่น การขุด (mining) การวางเดิมพัน (staking) และ API บล็อกเชน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่ https://www.chainup.com/

