อธิบายเมตริกบนเชน: วิธีอ่านข้อมูลคริปโตโดยไม่ถูกตัวเลขหลอก

อธิบายเมตริกบนเชน: วิธีอ่านข้อมูลคริปโตโดยไม่ถูกตัวเลขหลอก

เมตริกบนเชนครองทุกวงสนทนาคริปโต ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมและ TVL ไปจนถึงจำนวน addresses and stablecoin supply. แต่แม้ตัวเลขเหล่านี้จะถูกแชร์กันอย่างกว้างขวาง ก็มักถูกเข้าใจผิดหรือถูกมองแค่ผิวเผิน

คู่มือนี้จะอธิบายว่าเมตริกบนเชนที่พบบ่อยที่สุดจริง ๆ แล้ววัดอะไร ทำให้เข้าใจผิดตรงไหน และควรใช้ให้ถูกวิธีอย่างไร

ลองมองข้อมูลบนเชนเป็นเหมือน “งบการเงิน” ของโลกคริปโต: เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่มีค่าเฉพาะเมื่ออ่านในบริบทที่ถูกต้อง

ค่าธรรมเนียม รายได้ และ MEV: บล็อกเชนจริง ๆ หาเงินจากอะไร

ค่าธรรมเนียม คือสิ่งที่ผู้ใช้จ่ายเพื่อทำธุรกรรม ส่วนรายได้ คือส่วนที่วาลิเดเตอร์หรือโปรโตคอลเก็บไว้

MEV (maximal extractable value) คือกำไรส่วนเพิ่มที่ได้จากการจัดลำดับหรือให้ความสำคัญกับธุรกรรมใหม่

แค่ค่าธรรมเนียมสูงไม่ได้แปลว่าประสบความสำเร็จเสมอไป ธุรกรรมที่แพงเกินไปสามารถผลักผู้ใช้ออกไปได้ โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลือกอื่นให้ใช้

รายได้ที่ยั่งยืนสำคัญกว่าการกระชากขึ้นของค่าธรรมเนียมที่เกิดจากความแออัดหรือการเก็งกำไร

การพึ่งพา MEV อย่างหนักก็เปราะบางเช่นกัน เพราะมันหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อปริมาณลดลงหรือคู่แข่งเพิ่มขึ้น

สรุปสำหรับมือใหม่ ค่าธรรมเนียมแสดงดีมานด์ แต่รายได้แสดงความยั่งยืน

สรุปสำหรับเทรดเดอร์ มองหาเชนที่มี “รายได้จริง” โตขึ้น พร้อมต้นทุนที่สมเหตุสมผล โมเดลที่พึ่ง MEV หนัก ๆ มักพังเมื่อสภาพตลาดตึงตัว

TVL: ทำไมมักทำให้เข้าใจผิด

Total Value Locked คือมูลค่าทุนที่ถูกฝากไว้ในโปรโตคอล แต่ก็ถูกอ่านผิดได้ง่ายมาก

TVL สามารถถูกเป่าฟองได้จากการนับซ้ำหลายครั้ง การฟาร์มแรงจูงใจระยะสั้น หรือสเตเบิลคอยน์ที่นอนนิ่งไม่ได้ถูกใช้งานจริง

ตัวเลขใหญ่ไม่ได้แปลว่าเกิดการใช้งานจริงเสมอไป TVL จะมีความหมายก็ต่อเมื่อดูคู่กับปริมาณเทรด การรักษาผู้ใช้ และตารางแจกอินเซนทีฟ

สรุปสำหรับมือใหม่ TVL สูงไม่ใช่สัญญาณว่าระบบนิเวศหรือโปรโตคอลสุขภาพดีเสมอไป

สรุปสำหรับเทรดเดอร์ เทียบ TVL กับปริมาณเทรดและอัตราการปล่อยโทเคนเสมอ

การใช้งานจริงสำคัญกว่าทุนที่จอดทิ้งไว้

Active Addresses: การเติบโตจริงหรือแค่สัญญาณรบกวน?

จำนวนแอดเดรสที่ใช้งานรายวันคือจำนวนวอลเล็ตที่มีปฏิสัมพันธ์บนเชน แต่เมตริกนี้ “มีสัญญาณรบกวน” สูงมาก

บอท การฟาร์มแอร์ดรอป และการโอนภายในระบบ สามารถทำให้จำนวนแอดเดรสพุ่งขึ้นโดยแทบไม่มีผู้ใช้จริง

Also Read: Monero vs. Zcash: Which Crypto is Better for Your Privacy in 2025?

การเติบโตของแอดเดรสมีความหมายก็ต่อเมื่อสอดคล้องกับค่าธรรมเนียม ปริมาณเทรด และรายได้ที่เพิ่มขึ้น

สรุปสำหรับมือใหม่ แอดเดรสมากขึ้นไม่ได้แปลว่ามีผู้ใช้จริงมากขึ้นเสมอไป

สรุปสำหรับเทรดเดอร์ ใช้จำนวนแอดเดรสที่ใช้งานเป็น “ตัวช่วยยืนยัน” ไม่ใช่ฐานวิธีคิดหลักเพียงตัวเดียว

Bridges: การติดตามการย้ายของสภาพคล่อง

บริดจ์ย้ายสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชนด้วยการล็อกหรือมินต์โทเคน แม้จะมีประโยชน์แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง ทั้งจากสัญญาอัจฉริยะถูกเจาะ ไปจนถึงการล้มเหลวของตัวกลางรับฝาก

บริดจ์ไม่ใช่ที่เก็บสินทรัพย์ระยะยาวที่ดีนัก แต่ “ปริมาณบนบริดจ์” เป็นสัญญาณที่ทรงพลัง

กระแสเงินที่ไหลระหว่างอีโคซิสเต็มอย่างต่อเนื่องมักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะหันความสนใจตามไป

สรุปสำหรับมือใหม่ บริดจ์ช่วยย้ายเงิน แต่ก็แบกความเสี่ยงเพิ่มเข้ามาด้วย

สรุปสำหรับเทรดเดอร์ จับตาปริมาณการใช้บริดจ์เพื่อดูว่าสภาพคล่องกำลังอพยพไปที่ไหนต่อ

Stablecoins: ปริมาณเงินของโลกคริปโต

ปริมาณสเตเบิลคอยน์ทำงานเหมือนตัววัดสภาพคล่องของคริปโต ซัพพลายเพิ่มขึ้นแปลว่ามีเงินทุนรอถูกนำไปใช้มากขึ้น ซัพพลายลดลงคือสัญญาณว่าสภาพคล่องกำลังตึงตัว

เพราะสเตเบิลคอยน์คือฐานของการเทรด ปล่อยกู้ และกลยุทธ์ผลตอบแทนต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงของซัพพลายมักเกิดขึ้นก่อนการเคลื่อนไหวใหญ่ของตลาด

สรุปสำหรับมือใหม่ สเตเบิลคอยน์แสดงให้เห็นว่ามี “เงิน” อยู่ในระบบมากแค่ไหน

สรุปสำหรับเทรดเดอร์ ซัพพลายขยายช่วยหนุนรอบกระทิง ซัพพลายหดมักทำให้ตลาดแย่ลง

Token Unlocks และ Emissions: แรงขายในอนาคต

การอันล็อกคือโทเคนใหม่ที่เข้าสู่การหมุนเวียน การอันล็อกก้อนใหญ่ในช่วงแรกมักสร้างแรงขายจากทีม นักลงทุน หรือโปรแกรมให้รางวัล

โปรเจ็กต์ที่สุขภาพดีกว่ามักกระจายโทเคนอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสอดคล้องกับดีมานด์จริง

สรุปสำหรับมือใหม่ การอันล็อกหมายถึงโทเคนเพิ่มขึ้นที่ “อาจ” ถูกขายได้

สรุปสำหรับเทรดเดอร์ เช็กตารางอันล็อกทุกครั้งก่อนซื้อ หลีกเลี่ยงจุด “หน้าผา” ใหญ่นอกจากตั้งใจเล่นสั้น

Volume เทียบกับ TVL: ทุนกำลังทำงานจริงไหม?

TVL แสดงให้เห็นว่าเงิน “จอดอยู่ที่ไหน” ปริมาณเทรด (volume) แสดงว่าเงิน “ถูกใช้งานแค่ไหน”

โปรโตคอลที่ TVL สูงแต่ปริมาณเทรดต่ำมักเป็นทุนตาย อัตราส่วน volume-to-TVL ช่วยแยกสภาพคล่องที่ทำงานจริงออกจากเงินฝากที่ไม่ขยับ

สรุปสำหรับมือใหม่ เงินที่นิ่งอยู่ไม่เท่ากับเงินที่ถูกนำไปใช้

สรุปสำหรับเทรดเดอร์ เล็งโปรโตคอลที่ปริมาณเทรดสมเหตุสมผลกับทุนที่ถูกล็อกอยู่

วิธีใช้เมตริกบนเชนให้ถูกต้อง

ข้อมูลบนเชนไม่ได้ทำนายอนาคตได้ด้วยตัวมันเอง

มันทำงานได้ดีที่สุดเมื่อ “หลายสัญญาณไปในทิศทางเดียวกัน” เมื่อค่าธรรมเนียม รายได้ ปริมาณเทรด และกิจกรรมผู้ใช้ขยับไปทางเดียวกัน สัญญาณนั้นจึงจะมีน้ำหนัก แต่เมื่อเมตริกเหล่านี้สวนทางกัน ก็ควรเพิ่มความระมัดระวัง

เมื่อเราเดินหน้าเข้าสู่ปี 2026 การเข้าใจว่าเมตริกบนเชนวัดอะไรจริง ๆ และ “ไม่ได้” วัดอะไร คือทักษะสำคัญ

ความได้เปรียบไม่ใช่การหา “ข้อมูลใหม่” แต่คือการ “อ่านข้อมูลเดิมให้ถูกต้อง” ต่างหาก

Read Next: The Adam and Eve Pattern: A Crypto Trader’s Guide to Spotting Reversal Opportunities

ข้อจำกัดความรับผิดชอบและคำเตือนความเสี่ยง: ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและการให้ข้อมูลเท่านั้น และอิงตามความเห็นของผู้เขียน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง รวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ การซื้อขายหรือการถือครองสินทรัพย์คริปโตอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน ความเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้แทนนโยบายหรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ Yellow ผู้ก่อตั้ง หรือผู้บริหาร ควรทำการวิจัยอย่างละเอียดด้วยตนเอง (D.Y.O.R.) และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ เสมอ
บทความการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
อธิบายเมตริกบนเชน: วิธีอ่านข้อมูลคริปโตโดยไม่ถูกตัวเลขหลอก | Yellow.com