การแข่งขันด้านระบบชำระเงินรูปแบบใหม่กำลังก่อตัวขึ้นในโลกการเงินโลก แต่คราวนี้ผู้ใช้งานปลายทางไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเอเจนต์ AI.
ตามรายงานของ Foresight Ventures ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ผู้เล่นรายใหญ่ต่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการค้าขายที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องจักร
บริษัทอย่าง OpenAI และ Stripe เปิดตัว Agentic Commerce Protocol ขณะเดียวกัน Google ก็เปิดตัว Universal Commerce Protocol ส่วน Visa, Mastercard และ Coinbase ก็ได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กของตนเองเช่นกัน
โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินเดิมไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ AI
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนข้อจำกัดที่ลึกกว่านั้น ระบบการชำระเงินในปัจจุบันถูกออกแบบมาสำหรับมนุษย์ โดยอาศัยการท่องเว็บ กรอกฟอร์ม และการตรวจสอบแบบแมนนวล
เอเจนต์ AI ทำงานต่างออกไป พวกมันต้องการการเข้าถึงระบบโดยตรง การอนุมัติแบบทันที และการชำระบัญชีที่มีต้นทุนต่ำ
Also Read: Experts Say Bitcoin Isn’t In Danger Today, But The Clock Is Ticking
เพื่อตอบโจทย์นี้ โครงสร้างแบบสองชั้นกำลังก่อตัว ชั้นแรกคือเลเยอร์การจัดการ (orchestration) ที่เอเจนต์ค้นหาบริการและเริ่มทำธุรกรรม ชั้นที่สองคือเลเยอร์การชำระบัญชี (settlement) ที่มูลค่าถูกโอนย้ายระหว่างคู่สัญญาจริง ๆ
การชำระเงินแบบเครื่องต่อเครื่องเริ่มเติบโต
รายงานชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานที่ลึกกว่าการใช้งานฝั่งผู้บริโภค การค้าขายแบบเอเจนต์ต่อเอเจนต์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ที่ซอฟต์แวร์ทำธุรกรรมกันโดยตรงเพื่อบริการต่าง ๆ เช่น ดาต้า คอมพิวต์ หรือ API
ในสภาพแวดล้อมนี้ กลไกความเชื่อถือแบบดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยระบบที่ตั้งโปรแกรมได้
โครงข่ายการชำระเงินที่ใช้สเตเบิลคอยน์เริ่มมีความสำคัญ เนื่องจากรองรับธุรกรรมที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะในกรณีมูลค่าเล็กและความถี่สูงที่เครือข่ายบัตรมีข้อจำกัด
การยอมรับยังอยู่ช่วงต้น แต่จุดพลิกผันเริ่มชัดเจน
แม้การพัฒนาจะรวดเร็ว แต่การใช้งานจริงในโลกธุรกิจยังมีจำกัด รายงานระบุว่าการใช้งานเชิงพาณิชย์ยังไม่ทันโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างไว้
จุดเปลี่ยนคาดว่าจะมาถึงเมื่อองค์กรธุรกิจเริ่มอนุญาตให้เอเจนต์ AI ใช้จ่ายเงินได้ภายในขีดจำกัดที่กำหนด เมื่อถึงตอนนั้น การค้าขายที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องจักรอาจเปลี่ยนจากการทดลองระยะเริ่มต้น ไปเป็นแกนหลักของ part of the global economy.
Read Next: XRP Shorts Pile On At $1.30 Amid Bullish Divergence





