CEO Nvidia อย่าง เจนสัน ฮวง ใช้โพสต์แรกบนแพลตฟอร์ม X เรียกร้องให้ทางการสหรัฐฯ ปกป้อง โมเดล AI แบบ open‑weight ท่ามกลางการตรวจสอบระบบ AI จากจีนที่เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ
- ฮวงออกมาสนับสนุนจดหมายเปิดผนึกที่ลงนามโดยบริษัทเทค นักลงทุน และกลุ่มโอเพนซอร์สรวม 25 ราย
- กลุ่มพันธมิตรเตือนว่ามาตรการจำกัดกว้าง ๆ จะทำลายขีดความสามารถด้านนวัตกรรม ความมั่นคงไซเบอร์ และอธิปไตยทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
- OpenAI และ Anthropic ไม่ได้ร่วมลงนามในคำร้องฉบับนี้
คำร้องของเจนสัน ฮวง
ฮวงได้ออกมา แชร์ จดหมายดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. โดยย้ำว่าโมเดลแบบเปิดสามารถช่วยยกระดับความปลอดภัย เร่งวงจรนวัตกรรม และเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศมีอำนาจควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน AI เชิงยุทธศาสตร์ได้มากขึ้น ในรายชื่อผู้ลงนามรวมถึง Microsoft, Meta, Palantir และ Hugging Face
กลุ่มพันธมิตรเปรียบเทียบ AI แบบ open‑weight กับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ที่เคยเปิดให้ธุรกิจและนักวิจัยเข้าตรวจสอบ ทดลอง ปรับแต่ง และรันใช้งานได้อย่างอิสระ พร้อมระบุว่าความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ต้องอาศัยระบบนิเวศที่หลากหลาย ไม่ใช่ฝากอนาคตไว้กับ “โมเดลระดับแนวหน้าตัวเดียว” เพียงไม่กี่ราย
คำร้องครั้งนี้มีขึ้นหลังแผนปฏิบัติการ AI ของสหรัฐฯ ปี 2025 (US AI Action Plan) ซึ่งเคยสนับสนุนการพัฒนาโมเดลแบบโอเพนซอร์สและ open‑weight ให้เป็นแต้มต่อเชิงยุทธศาสตร์ของสตาร์ทอัพ นักวิจัย บริษัทเอกชน และหน่วยงานรัฐ
อย่างไรก็ดี เวทีนโยบายเริ่มขยับไปสู่แนวคิดจำกัดระบบ AI ระดับสูงที่มาจากจีนมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: BitMEX ปิดฉากหลังเปิดดำเนินการ 11 ปี ไม่พบผู้ซื้อกิจการ
ศึกถกเถียง Kimi K3
วอชิงตันกำลังพิจารณา Moonshot AI อย่างใกล้ชิด หลังบริษัทจีนรายนี้เปิดตัวโมเดล Kimi K3 เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่มีจำนวนพารามิเตอร์สูงถึง 2.8 ล้านล้านตัว ที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์ทำเนียบขาว ไมเคิล คราทซิออส (Michael Kratsios) กล่าวหาว่า Moonshot ใช้เทคนิค distillation ขนาดใหญ่เพื่อ “ลอกแบบ” โมเดลจากสหรัฐฯ
กลุ่มผู้ลงนามออกโรงปกป้องการทำ distillation ในเชิงปกติว่าเป็นกระบวนการมาตรฐานของอุตสาหกรรม แต่คัดค้านการ “ดูดข้อมูลอย่างผิดกฎหมาย” โดยระบุว่า “ผู้กำหนดนโยบายยังมีโอกาสสำคัญที่จะรักษาความหลากหลายของโมเดลระดับแนวหน้าเอาไว้ ด้วยการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดก่อนเวลาอันควรต่อโมเดลแบบเปิด ที่จะบั่นทอนการแข่งขันหรือผลักดันให้นวัตกรรมไหลออกนอกประเทศ”
ในอีกฟากหนึ่ง OpenAI และ Anthropic ไม่ได้ร่วมลงนามในจดหมายฉบับนี้ และทั้งสองบริษัทเคยเตือนว่าการปล่อยโมเดล AI ทรงพลังจากจีนแบบเปิดอาจสร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงและทรัพย์สินทางปัญญา
การไม่เข้าร่วมสะท้อน “รอยแยก” ภายในอุตสาหกรรม ว่าความเปิดกว้างช่วยเพิ่มการตรวจสอบถ่วงดุล หรือกลับเป็นการกระจายขีดความสามารถระดับสูงไปยังผู้เล่นที่อาจนำไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้นกันแน่
ในเดือนมกราคม 2025 โมเดลจากจีนอย่าง DeepSeek เคยจุดชนวนแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ลบมูลค่าตลาดของ Nvidia ไปถึงราว 593,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว แสดงให้เห็นว่าการเกิดขึ้นของโมเดลจีนต้นทุนต่ำสามารถเขย่าทั้งนโยบายสหรัฐฯ และความคาดหวังของนักลงทุนได้รวดเร็วเพียงใด
อ่านต่อ: หุ้น HubSpot ร่วง 12.7% นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหลักมาจากเอเจนต์ตัวใหม่ของ OpenAI





