อาร์เธอร์ เฮย์ส ระบุว่า Maelstrom ใช้เวลาตลอดไตรมาสแรกของปี 2026 อยู่ใน “เขตไม่เทรด” โดยชี้ถึงการสูญเสียงานจาก AI และ Iran war เป็นเหตุผลที่ทำให้เลือกอยู่ข้างสนาม
เฮย์สชี้ภาวะหยุดเทรด
ในบทความใหม่ที่ published เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX เขียนว่าสำนักงานครอบครัวของเขาแทบไม่ได้ทำการซื้อขายใด ๆ ในไตรมาสแรก นอกจากค่อย ๆ เพิ่มสถานะลองใน Hyperliquid
เฮย์สชี้ถึงสองปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการหยุดเทรด ปัจจัยแรกคือการเติบโตของ agentic AI ซึ่งเขาเชื่อว่าจะทำลายงานของผู้ใช้แรงงานความรู้และนำไปสู่ภาวะถดถอยแบบเงินฝืด อีกปัจจัยคือสงครามสหรัฐ–อิหร่านที่ยืดเยื้อมาราวเจ็ดสัปดาห์แล้ว
เขากล่าวว่าคำถามเดียวที่สำคัญคือ สินค้าโภคภัณฑ์จะเคลื่อนไหวอย่างไร through the Strait of Hormuz เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่ากองทัพเรือสหรัฐจะปิดกั้นเรือทุกลำ ที่เข้าออกจากช่องแคบดังกล่าว ทำให้ความตึงเครียดยกระดับขึ้น
Also Read: World Liberty Financial Demands Insiders Burn 10% Of Their WLFI Or Stay Locked
เฮย์สมุมมองต่อบิทคอยน์
เฮย์สเสนอสามสมมติฐานการลงทุน ตั้งแต่การกลับสู่สถานะเดิมก่อนสงคราม ไปจนถึงการที่อิหร่านเรียกเก็บค่าผ่านทางเต็มรูปแบบ โดยชำระเป็นเงินหยวน ทองคำ หรือ บิทคอยน์ (BTC)
เขามองว่าบิทคอยน์อาจพุ่งขึ้นไปถึง 80,000–90,000 ดอลลาร์ได้ในกรณีมีการหยุดยิง แต่จะยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นอย่างจริงจัง จนกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะอัดฉีดสภาพคล่อง ในภาวะวิกฤตที่กว้างขึ้น เขาคาดว่าบิทคอยน์จะร่วงก่อน จากนั้นจึงจะฟื้นตัวเมื่อธนาคารกลางกลับมาพิมพ์เงิน
Read Next: Binance Launches Built-In Chat Feature To Merge Messaging With Crypto Transfers






