Near Protocol (NEAR) ปรับตัวขึ้นแรงราว 15% ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเบรกทะลุรูปแบบธง (pennant) ขณะที่มูลค่าซื้อขายรายวันพุ่งเท่าตัวขึ้นมาอยู่ที่ 609 ล้านดอลลาร์ ทำให้ระดับแนวต้านสำคัญบริเวณ 2.55 ดอลลาร์กลับมาเป็นจุดโฟกัสของตลาด
ประเด็นสำคัญ
- NEAR ปรับขึ้นราว 15% ใน 24 ชั่วโมง ปริมาณซื้อขายรายวันเพิ่มเท่าตัวแตะ 609 ล้านดอลลาร์
- เงินทุนไหลเข้าสุทธิบนเครือข่ายแตะ 6.03 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ฝั่งผู้ถือเหรียญเพิ่มขึ้นเป็น 112,000 ดอลลาร์
- แนวต้านหลักถัดไปอยู่ที่ 2.55 ดอลลาร์ แต่ความเสี่ยงการย่อตัวเพิ่มขึ้นหลังราคาวิ่งแรงในระยะสั้น
ทดสอบเบรกเอาต์ของ NEAR
NEAR ขยับขึ้น ประมาณ 15% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ต่อเนื่องจากสัญญาณเบรกเอาต์ออกจากแพทเทิร์นธง โดยปริมาณซื้อขายรายวันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจนแตะ 609 ล้านดอลลาร์
เป้าหมายสำคัญถัดไปคือโซนแนวต้านราว 2.55 ดอลลาร์ ขณะเดียวกัน NEAR ยังเคลื่อนไหวเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) หลัก ๆ บนกราฟรายวัน ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงเทคนิคที่ช่วยหนุนภาพการฟื้นตัวระยะสั้น ตามรายงานที่อ้างถึง
การดีดตัวรอบนี้เกิดขึ้นเคียงข้างการอัปเกรดเครือข่ายจาก NEAR Foundation ทั้งเรื่องการลงนามธุรกรรมแบบทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม (quantum-safe signing) และโซลูชันประมวลผลข้อมูลแบบรักษาความลับ (confidential execution) บนโครงสร้างพื้นฐานของ NEAR แม้ปัจจัยเหล่านี้จะไม่ได้เป็นตัวกำหนดทิศทางราคาระยะสั้นโดยตรง แต่ก็ช่วยเสริมมุมมองด้านปัจจัยพื้นฐานต่อกระแสการเก็งกำไรรอบใหม่ในโทเคนนี้
อ่านเพิ่มเติม: iPhone Ultra อาจเปิดราคาบริเวณ 2,000 ดอลลาร์ รุ่นท็อปอาจทะลุ 3,000 ดอลลาร์
สัญญาณบนเครือข่ายจาก DeFiLlama
ข้อมูลบนเชนที่อ้างอิงจาก DeFiLlama ระบุว่า มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิบนเครือข่าย NEAR ในรอบ 24 ชั่วโมงราว 6.03 ล้านดอลลาร์ สะท้อนเม็ดเงินใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้ฝั่งผู้ถือเหรียญแตะประมาณ 112,000 ดอลลาร์
ตัวชี้วัดเหล่านี้อาจช่วยประคองฝั่งดีมานด์ หากแนวโน้มยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรณีที่ปริมาณซื้อขายยังทรงตัวในระดับสูงระหว่างการทดสอบทะลุแนวต้าน 2.55 ดอลลาร์รอบถัดไป อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นกว่า 15% ภายในวันเดียวก็ทำให้ความเสี่ยงของการพักฐานระยะสั้นเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
หากราคาถูกปฏิเสธไม่ผ่านแนวต้าน ภาพรวมทางเทคนิคอาจเปลี่ยนไป NEAR มีโอกาสย่อตัวกลับลงมาทดสอบโซนเบรกเอาต์เดิม โดยแนวต้านเก่าอาจกลับมาเป็นแนวรับให้ฝั่งซื้อใช้เป็นจุดป้องกันการปรับฐาน และเป็นโอกาสตั้งฐานรอบใหม่
รูปแบบธงกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง ก่อนหน้าแรงดีดตัวรอบล่าสุด NEAR ใช้เวลาหลายวันในการสร้างแพทเทิร์นดังกล่าว ก่อนจะเบรกขึ้น ซึ่งทำให้โซนเบรกเอาต์เดิมมีความสำคัญ หากโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรงและราคาถอยกลับมาทดสอบระดับนี้
อ่านต่อ: Bitcoin ETF กวาดเม็ดเงินไหลเข้า 730.8 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ราคาบิตคอยน์ร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์





