กองทุนรวมซื้อขายล่วงหน้า (ETF) แบบสปอตในสหรัฐที่อิงกับ Bitcoin (BTC) มียอดเงินไหลเข้า (net inflow) รวม 730.8 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 3 กันยายน โดย IBIT ของ BlackRock ครองส่วนแบ่ง 454 ล้านดอลลาร์ หรือราว 62% ของยอดรวมทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- กองทุน Bitcoin ETF แบบสปอตในสหรัฐบันทึกเงินไหลเข้าสุทธิ 730.8 ล้านดอลลาร์ในวันซื้อขาย 3 กันยายน
- IBIT ของ BlackRock รับเม็ดเงินกว่า 62% ทิ้งห่างกองทุนคู่แข่งทุกกองอย่างชัดเจน
- มีสองกองทุนที่เงินไหลออกสุทธิ และมีกองทุนอีกสามกองไม่ปรากฏกระแสเงินเข้าออกในข้อมูลจากตัวติดตาม
กระแสเงินไหลเข้า IBIT ของ BlackRock
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มติดตามของ Coinglass ระบุ ว่า IBIT เป็นตัวหลักในรอบนี้ ด้วยเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 454 ล้านดอลลาร์ มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งตลาด ขณะที่ ARK 21Shares กอง ARKB ตามมาเป็นอันดับสองที่ 137.7 ล้านดอลลาร์ และกอง FBTC ของ Fidelity เพิ่มเข้ามาอีก 74.4 ล้านดอลลาร์
กอง Bitcoin Mini Trust ของ Grayscale ดึงเงินเข้า 48.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ BITB ของ Bitwise รับ 24.8 ล้านดอลลาร์ และกอง GBTC ของ Grayscale เองมียอดไหลเข้า 8.2 ล้านดอลลาร์ ส่วน MSBT ของ Morgan Stanley เพิ่มอีก 7.7 ล้านดอลลาร์ รวมแล้ว IBIT, ARKB และ FBTC เป็นสามกองทุนหลักที่ช่วยขับเคลื่อนกระแสเงินบวกในกองทุน Bitcoin ETF แบบสปอตของสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ภาพรวมไม่ได้เป็นบวกสำหรับผู้ออกกองทุนทุกราย กอง HODL ของ VanEck มียอดเงินไหลออก 19.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ BTCW ของ WisdomTree มียอดไหลออก 5.2 ล้านดอลลาร์ ส่วน EZBC ของ Franklin Templeton, BTCO ของ Invesco Galaxy และ BRRR ของ CoinShares ไม่พบกระแสเงินเข้าออกสุทธิในรอบดังกล่าว
อ่านเพิ่มเติม: Zcash ทะลุ 1,000 ดอลลาร์ ขณะ ETF ใหม่ของ Grayscale ทำสถิติ
สัญญาณจากกระแสเงิน Bitcoin ETF
ตัวเลขพาดหัว 730.8 ล้านดอลลาร์ซ่อนความจริงว่า เม็ดเงินใหม่กระจุกตัวอยู่ในกองทุนไม่กี่กอง โดยเฉพาะ IBIT ที่รับไปคนเดียวราว 62% ของยอดไหลเข้าสุทธิ ส่งผลให้ภาพรวมทั้งตลาดพึ่งพาผลของกองทุนรายเดียว มากกว่าจะเป็นการเติบโตที่กระจายตัวทั่วทั้งอุตสาหกรรม
Coinglass นับตัวเลขรายวันในมุมมองของการสร้างและไถ่ถอนหน่วยลงทุนสุทธิ และรายงานที่ล่าช้าอาจทำให้ข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้หลังปิดการซื้อขาย ดังนั้นยอดรวมวันที่ 3 กันยายนจึงเป็นเพียงภาพ “snapshot” ของกิจกรรมที่ถูกรายงานในวันนั้น ไม่ใช่ตัวชี้วัดสุดท้ายว่าความต้องการลงทุนจะยืนระยะต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การมีเพียงหนึ่งวันที่ตัวเลขโดดเด่น ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันแนวโน้มระยะยาว การจะมองว่าเป็นเทรนด์ชัดเจนได้ จะต้องเห็นการสร้างหน่วยลงทุนสุทธิต่อเนื่องหลายวัน ทำพร้อมกันจากผู้ออกกองทุนหลายราย ไม่ใช่ตัวเลขรวมสูงที่เกิดจากกองทุนใดกองทุนหนึ่งเป็นหลัก
ประวัติข้อมูลในตัวติดตามยังสะท้อนว่าตลาดเคยมีทั้งช่วงเงินไหลเข้าและไหลออกสลับกัน แสดงให้เห็นว่าภาพรายวันสามารถพลิกกลับได้อย่างรวดเร็ว บริบทนี้ทำให้วันที่ 3 กันยายนถูกมองได้ว่าเป็นวันที่แรงซื้อกลับมาชัดเจนวันหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า กองทุน Bitcoin ETF แบบสปอตของสหรัฐได้เข้าสู่ “ระยะใหม่” ที่ยั่งยืนแล้ว
อ่านต่อ: แรงซื้อ MEME ดันกระเป๋าอายุ 21 วัน จากเดิมพัน 2,972 ดอลลาร์ พุ่งแตะ 2.1 ล้านดอลลาร์





