ผู้บริหารมอง AI ก้าวสู่ “ผู้เล่นตัวจริง” ในระบบเศรษฐกิจโลก

ผู้บริหารมอง AI ก้าวสู่ “ผู้เล่นตัวจริง” ในระบบเศรษฐกิจโลก

ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและการเงินมองว่า ปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ ที่ไม่ได้หยุดแค่สร้างคอนเทนต์หรือวิเคราะห์ข้อมูล แต่จะลงมือ “ตัดสินใจทางการเงิน บริหารสินทรัพย์ดิจิทัล และมีบทบาทโดยตรงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ” เนื่องในโอกาส AI Appreciation Day

การเปลี่ยนผ่านนี้ได้แรงหนุนจากศักยภาพเชิงเทคนิคที่พัฒนาเร็ว และเม็ดเงินลงทุนที่เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ

รายงาน AI Index ฉบับปี 2026 ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ระบุ ว่าอัตราความสำเร็จของ “AI agent” บนภารกิจในโลกจริงเพิ่มจาก 20% ในปี 2025 เป็น 77.3% ในปี 2026 ขณะที่เม็ดเงินลงทุนด้าน AI ของบริษัททั่วโลกพุ่งแตะ 581.7 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 130% จากปี 2024

อย่างไรก็ดี รายงานชี้ว่า ระบบ AI ปัจจุบันยังมีจุดอ่อนด้านการวางแผนหลายขั้นตอน (multistep planning) และการวิเคราะห์การเงิน สะท้อนช่องว่างระหว่าง “เอเจนต์เชิงทดลอง” กับ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้”

AI Agent เริ่มขยับจาก “ผู้ช่วย” สู่ “ผู้ตัดสินใจ”

ช่องว่างดังกล่าวเริ่มแคบลงในบริษัทที่นำ AI agent เข้าไปใช้จริงในงานพัฒนา คอมพลายแอนซ์ และปฏิบัติการด้านการเงิน

ไรอัน เคิร์กลีย์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งร่วมของ Global Settlement Network ระบุว่า เขาได้เห็นวิวัฒนาการของ AI จากเทคโนโลยีทดลอง สู่การเป็น “หัวใจของการดำเนินงานธุรกิจ”

“ในฐานะนักลงทุนในบริษัท AI มาหลายปี ผมได้เห็นเทคโนโลยีนี้พัฒนา จากอะไรที่น่าสนใจเชิงทดลอง ไปสู่สิ่งที่กำลังพลิกวิธีการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง” เคิร์กลีย์ให้สัมภาษณ์กับ Yellow.com

เขาเผยว่า ที่ Global Settlement ปัจจุบัน “จำนวนเอเจนต์ AI มากกว่าพนักงาน” และระบบ agentic ถูกนำมาใช้ในงานกำกับดูแล (compliance) การพิสูจน์ตัวตน และการพัฒนาซอฟต์แวร์

เคิร์กลีย์มองว่าการผสานกันของ AI กับบล็อกเชน มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์เป็นพิเศษ: AI ช่วยประมวลผลข้อมูลและค้นหาโอกาส ขณะที่บล็อกเชนทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบโปรแกรมได้ สำหรับ “ลงมือ” ดำเนินการตัดสินใจทางการเงินข้ามพรมแดน

“สิ่งที่ผมตื่นเต้นที่สุดคือจุดตัดระหว่าง AI กับคริปโต เพราะแต่ละเทคโนโลยีปลดล็อกจุดที่อีกฝั่งหนึ่งยังขาดอยู่” เขากล่าว

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ก็ได้ ชี้ เช่นกันว่า AI และการโทเคไนซ์ คือเทคโนโลยีที่จะช่วยดึง “การเทรด การชำระราคา และการบริหารหลักประกัน” เข้ามาใกล้กันมากขึ้น พร้อมลดต้นทุนการกระทบยอดธุรกรรม โดย BIS ระบุว่า สถาบันการเงินเริ่มใช้ AI แล้วในงานวิเคราะห์สินเชื่อ ตรวจจับการฉ้อโกง บริหารความเสี่ยง และอัตโนมัติในแบ็กออฟฟิศ

ฆอร์ดี เอสตูริ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดของแพลตฟอร์มโทเคไนซ์ Brickken มองว่า ภาคอุตสาหกรรมมุ่งความสนใจมากเกินไปกับการใช้งาน AI ในรูปแบบปัจจุบัน เช่น การสร้างข้อความ สรุปประชุม และช่วยเขียนโค้ด

“สมรภูมิถัดไปของ AI คือการกลายเป็น ‘ผู้เล่นเชิงรุก’ ในระบบเศรษฐกิจ ช่วยให้ผู้คนลงมือทำธุรกรรมการเงิน บริหารสินทรัพย์ดิจิทัล และประสานธุรกรรมที่ซับซ้อนขึ้นแบบเรียลไทม์” เอสตูริกล่าว

เขาอธิบายว่าพัฒนาการนี้คือฐานรากของแนวคิด “agentic finance” และ “agentic capital markets” ที่ระบบ AI ทำงานภายใต้กรอบธรรมาภิบาลที่ชัดเจน เพื่อสนับสนุนการระดมทุนและการบริหารสินทรัพย์

ภายใต้โมเดลดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อระดมทุน นักลงทุนบริหารพอร์ตลงทุน และบริษัทออกสินทรัพย์โทเคไนซ์ โดยใช้ขั้นตอนแมนนวลน้อยลงอย่างมาก

“ผู้ก่อตั้งที่กำลังระดมทุน นักลงทุนที่บริหารพอร์ต หรือบริษัทที่ออกสินทรัพย์โทเคไนซ์ ควรสามารถโต้ตอบกับโครงสร้างพื้นฐานการเงินได้เป็นธรรมชาติ ไม่ต่างจากการใช้อินเทอร์เน็ตในวันนี้” เขากล่าว

BIS ระบุ เพิ่มเติมว่า การใช้บัญชีโทเคไนซ์สามารถรองรับการทำงานอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง และการชำระราคาแบบพร้อมกัน (simultaneous settlement) แต่เตือนว่าการจะขยายระบบเช่นนี้ให้ทำงานในระดับมหภาค จำเป็นต้องมี “เงินที่เชื่อถือได้” กรอบธรรมาภิบาลที่ชัด และการกำกับดูแลเชิงป้องกันความเสี่ยง

อ่านเพิ่ม: โทเคไนซ์สินทรัพย์จริงโต 3 เท่า แต่ 80% ของมูลค่ากระจุกในสินทรัพย์เพียงกลุ่มเดียว

ตลาดเกิดใหม่มีโอกาสขยับบทบาท

นอกเหนือจากภาคการเงิน ต้นทุนการพัฒนา AI ที่ลดลง กำลังเปลี่ยนภูมิศาสตร์ของการสร้างบริษัทเทคโนโลยี

ลิลี แดช ผู้ร่วมก่อตั้ง Actai Advisors และผู้ก่อตั้ง Future Caribbean ระบุว่า การเข้าถึง AI กำลังทำให้ “ความผูกพันระหว่างภูมิศาสตร์ กับโอกาสมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจเทคโนโลยีโลก” อ่อนตัวลง

“เป็นครั้งแรกที่ ‘ภูมิศาสตร์’ มีน้ำหนักน้อยกว่าความสามารถ แรงผลักดัน และการเข้าถึงเครื่องมือที่เหมาะสม” แดชกล่าว

เธอยกตัวอย่างบาร์เบโดส จาเมกา ตรินิแดด ไนจีเรีย และเคนยา ในฐานะตลาดที่ผู้ก่อตั้งสามารถสร้างโปรดักต์และร่วมพัฒนา AI ได้จากในประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานไปศูนย์กลางเทคโนโลยีอย่างซิลิคอนวัลเลย์หรือลอนดอน

แดชชี้ว่า ต้นทุนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีลดลงอย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้ภูมิภาคที่เคยเป็นเพียง “ผู้บริโภคเทคโนโลยีนำเข้า” สามารถพลิกมาเป็น “ผู้ผลิตและผู้ส่งออก” โซลูชันของตนเอง

AI Index ของสแตนฟอร์ด ยังพบว่า “generative AI” เข้าถึงผู้ใช้ 53% ของประชากรภายใน 3 ปี เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต แต่ระดับการใช้งานยังคงสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับรายได้ประเทศ สะท้อนว่าการเข้าถึงยังไม่เท่าเทียม แม้เทคโนโลยีจะกระจายรวดเร็ว

ธนาคารโลกก็ได้ เตือน ว่าประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเผชิญอุปสรรคใหญ่ ในการใช้งาน AI ในระดับกว้าง รายงาน Digital Progress and Trends ระบุ “4 เสาหลัก” สำหรับการยอมรับ AI อย่างแพร่หลาย ได้แก่ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ศักยภาพด้านคอมพิวต์ ข้อมูลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และทักษะแรงงาน

แดชกล่าวว่า เสาหลักทั้งสี่นี้จะเป็นตัวกำหนดว่า ตลาดเกิดใหม่จะสามารถจับ “มูลค่าเศรษฐกิจระยะยาวจาก AI” ได้มากแค่ไหน

“เราต้องทำให้แน่ใจว่าผู้คนเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา เมนเทอร์ และเงินทุนที่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจจริงได้” เธอกล่าว

เธอเห็นว่า การลงทุนในผู้ประกอบการท้องถิ่น จะช่วยให้ AI กลายเป็นแรงหนุนการเติบโตของจีดีพี การจ้างงานมูลค่าสูง และรุ่นใหม่ของบริษัทเทคโนโลยีที่กระจายตัวทางภูมิศาสตร์มากขึ้น

ธรรมาภิบาลจะเป็นตัวชี้ขาดผลลัพธ์

ผู้บริหารส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า “น้ำหนักทางเศรษฐกิจ” ของ AI ในอนาคตจะมาจาก “สิ่งที่ระบบลงมือทำได้” มากกว่าสิ่งที่ “ระบบสร้างได้”

เคิร์กลีย์คาดว่า AI จะทำให้สินทรัพย์โทเคไนซ์และเงินดิจิทัล เป็นมิตรกับทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งอาจเร่งการยอมรับบริการการเงินบนบล็อกเชน

“อนาคตของการเงินจะไม่ใช่แค่ดิจิทัล แต่จะ ‘ฉลาดโดยกำเนิด’” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ความเป็นอิสระที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมความเสี่ยง BIS เตือนว่า แบบจำลอง AI ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน อาจทำให้สถาบันการเงินตอบสนองต่อช็อกในตลาดไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งอาจขยายความผันผวนและกดดันสภาพคล่อง ขณะเดียวกัน การพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์ ข้อมูล และโมเดลเพียงไม่กี่ราย อาจสร้างจุดเปราะบางเชิงปฏิบัติการให้กับทั้งระบบ

อ่านต่อ: Perp DEX กินส่วนแบ่งจากกระดานรวมศูนย์ และแนวโน้มกำลังเร่งตัว

ข้อจำกัดความรับผิดชอบและคำเตือนความเสี่ยง: ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและการให้ข้อมูลเท่านั้น และอิงตามความเห็นของผู้เขียน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง รวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ การซื้อขายหรือการถือครองสินทรัพย์คริปโตอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน ความเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้แทนนโยบายหรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ Yellow ผู้ก่อตั้ง หรือผู้บริหาร ควรทำการวิจัยอย่างละเอียดด้วยตนเอง (D.Y.O.R.) และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ เสมอ
ข่าวล่าสุด
แสดงข่าวทั้งหมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทความวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทความการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
ผู้บริหารมอง AI ก้าวสู่ “ผู้เล่นตัวจริง” ในระบบเศรษฐกิจโลก | Yellow.com