Aster ปรับโครงสร้างโมเดลโทเคนใหม่ โดยนำค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดไปใช้ซื้อคืนโทเคน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ Aster (aster) ปรับตัวสูงขึ้น และจุดกระแสถกเถียงว่าการลดซัพพลายเชิงรุกสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้ผู้ถือโทเคนได้จริงเพียงใด
ประเด็นสำคัญ:
- ตอนนี้ Aster นำ 99% ของค่าธรรมเนียมโปรโตคอลไปซื้อคืนโทเคน ASTER
- แพลตฟอร์มระบุว่ากลไกซื้อคืนและเผารวมกันมีอัตราสูงถึง 198%
- หลังการประกาศ ASTER พุ่งขึ้นมากกว่า 20% จากการตอบสนองของเทรดเดอร์ต่อโทเคโนมิกส์ที่ปรับใหม่
โทเคโนมิกส์ของ ASTER
Aster ประกาศ ว่าตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. เป็นต้นไป 99% ของค่าธรรมเนียมโปรโตคอลรายวันที่เกิดจากดีเซ็นทรัลไลซ์เอ็กซ์เชน จะถูกนำไปใช้ซื้อ ASTER บนตลาดรอง การอัปเดตครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในโปรแกรมจัดสรรค่าธรรมเนียมที่ดุดันที่สุดในหมู่โปรโตคอล DeFi โดยผูกอุปสงค์ต่อโทเคนเข้ากับกิจกรรมการเทรดโดยตรง
ตามข้อมูลจากโปรเจกต์ โมเดลนี้จะผสานการซื้อคืนรายวันเข้ากับการลดจำนวนโทเคนจากทุนสำรองในสัดส่วนเท่ากัน ทำให้เกิดสิ่งที่โปรโตคอลอธิบายว่าเป็นเอฟเฟกต์ซื้อคืนและเผารวม 198% โปรโตคอลระบุว่าการลดทุนสำรองจะเริ่มจากโทเคนที่จัดสรรให้ทีมงาน และดำเนินต่อไปจนซัพพลาย ASTER รวมลดลงจาก 8 พันล้านโทเคนเหลือ 3 พันล้าน
โครงสร้างที่ปรับใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการใช้งานแพลตฟอร์มกับเศรษฐศาสตร์ของโทเคน เมื่อปริมาณการเทรดเพิ่มขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมก็จะสูงขึ้น ทำให้มีเงินทุนมากขึ้นสำหรับการนำไปซื้อคืนโทเคน
การประกาศดังกล่าวจุดกระแสตอบรับจากตลาดอย่างรุนแรง ASTER ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% หลังมีข่าว และขึ้นไปใกล้ระดับ 0.80 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวลงบางส่วน ด้านสัญญาณทางเทคนิคที่นักวิเคราะห์ตลาดอ้างถึงก็ปรับตัวในเชิงบวก โทเคนทะลุแนวต้านบริเวณ 0.65 ดอลลาร์ และเคลื่อนไปยังแนวต้านหลักถัดไปราว 0.81 ดอลลาร์
อ่านเพิ่มเติม: กลุ่มผู้ใช้ Solana ลดลง แต่ฐานทุนกลับทำสถิติสูงสุดใหม่
ความเชื่อมโยงกับรายได้
นอกเหนือจากการซื้อคืนแล้ว Aster ระบุว่าโทเคนที่ซื้อกลับมาจะถูกนำไปจัดสรรผ่านโปรแกรม Loyalty Rewards แทนการเผาทันที ภายใต้กรอบดังกล่าว ในแต่ละรอบการจ่ายรางวัลจะมีการจัดสรรคงที่ 300,000 ASTER ควบคู่กับโทเคนที่สะสมจากการซื้อคืนรายวัน
รางวัลจะถูกแจกจ่ายให้ผู้ถือ veASTER ตามสัดส่วนการล็อกโทเคนที่ถ่วงน้ำหนัก โปรโตคอลยังระบุด้วยว่าการซื้อคืนจะดำเนินการผ่านกระบวนการคำนวณราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามเวลา (TWAP) รายวันแบบอัตโนมัติ และบันทึกบนเชนผ่านวอลเล็ตที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนเทรนด์ที่กว้างขึ้นในโลก DeFi ซึ่งโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ การแบ่งปันค่าธรรมเนียม และการบริหารซัพพลาย มากกว่าการพึ่งพาแรงจูงใจจากการปล่อยโทเคนแบบเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว นักลงทุนก็หันมาโฟกัสโปรโตคอลที่แสดงให้เห็นกระแสเงินสดที่จับต้องได้ และกลไกการส่งผ่านมูลค่าอย่างชัดเจนมากขึ้นเช่นกัน
โมเดลของ Aster จะยั่งยืนหรือไม่ น่าจะขึ้นอยู่กับระดับกิจกรรมการเทรดในระยะต่อไป
หากปริมาณเทรดบนแพลตฟอร์มเติบโต กิจกรรมซื้อคืนก็น่าจะเพิ่มขึ้นตาม ในทางกลับกัน หากการซื้อขายชะลอตัว จำนวนเงินที่ใช้ซื้อคืนและแจกจ่ายรางวัลก็จะลดลงด้วยเช่นกัน
การประกาศยังชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการออกแบบโทเคนเมื่อเทียบกับรอบตลาดคริปโตครั้งก่อน โมเดลยุคก่อนมักอาศัยการปล่อยโทเคนเพื่อดึงดูดผู้ใช้ ขณะที่แนวทางยุคใหม่พยายามเชื่อมรายได้โปรโตคอล กิจกรรมผู้ใช้ และมูลค่าโทเคนเข้าด้วยกันผ่านกลไกอย่างการซื้อคืน รางวัลจากการสเตก และการลดซัพพลาย
อ่านถัดไป: IP พุ่ง 11% จากการเข้าซื้อของวาฬ แต่เทรดเดอร์ยังไม่ยอมไล่ราคา





