Bittensor (TAO) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% ภายใน 24 ชั่วโมง หลังรายได้รายไตรมาสทุบสถิติของ Nvidia ปลุกกระแสลงทุนคริปโตสายปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมดันโซนกลับตัวสำคัญแถว 260 ดอลลาร์ให้กลับมาอยู่ในโฟกัสของตลาด
ประเด็นสำคัญ
- Bittensor ปรับขึ้นมากกว่า 21% ในรอบสัปดาห์ ตามบรรยากาศเชิงบวกต่อสินทรัพย์กลุ่ม AI
- ข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า mindshare ของ TAO เพิ่มขึ้น 23% ยอดการพูดถึงและการมีส่วนร่วมรวมทะลุ 12,440 ครั้ง
- การยืนเหนือ 260 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงอาจยืนยันการกลับตัวขาขึ้นรอบใหญ่ ขณะที่การถูกขายกดกลับเสี่ยงดัน TAO ลงมาทดสอบเส้นเทรนด์เดิม
แรงซื้อโทเคน AI ดัน Bittensor วิ่งต่อ
Bittensor เดินหน้าปรับขึ้นต่อเนื่อง หลัง Nvidia รายงานรายได้ไตรมาสสองทำสถิติใหม่ที่ 96.2 พันล้านดอลลาร์ ยิ่งตอกย้ำธีมการลงทุนในสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับ AI ว่ายังไม่จบง่าย ๆ
แรงเก็งกำไรดังกล่าวยังช่วยหนุนโทเคน AI ตัวอื่นอย่าง Venice Token (VVV) ให้เคลื่อนไหวในทิศทางบวก แม้ดัชนีกลุ่มโทเคน AI โดยรวมจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าการพุ่งขึ้นของ TAO ก็ตาม
ข้อมูล Social Insights ของ CoinMarketCap ชี้ว่า mindshare ของ TAO เพิ่มขึ้น 23% โดยจำนวนการกล่าวถึงและการมีส่วนร่วมรวมเกิน 12,440 ครั้ง ขณะเดียวกันระบบนิเวศของ Bittensor ขยายตัวเป็น 128 ซับเน็ต สะท้อนการเติบโตด้านโครงสร้างพื้นฐานของโปรเจกต์
ด้านสภาพคล่อง (liquidity) เพิ่มขึ้นกว่า 600,000 ดอลลาร์ หลังมีการเปิดพูลจับคู่ TAO กับ USD Coin (USDC) บน Aerodrome ทำให้ผู้ใช้เชน Base เข้าถึงการเทรด TAO ได้สะดวกขึ้น โดยข้อมูลจาก Token Terminal ระบุว่า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยของ Bittensor ทะลุ 300 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม
อ่านเพิ่มเติม: ดีลคอมพิวต์ AI: Microsoft ชนเพดานกำลังไฟฟ้าที่ 50MW
ทดสอบสัญญาณกลับตัวของ TAO
บนกราฟรายวัน TAO เคลื่อนตัวทะลุเส้นแนวโน้มขาลงที่กดราคาไว้ตั้งแต่ปลายมีนาคม และกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 200 วัน (200-day EMA) บริเวณราว 236.50 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ก่อนจะย่อตัวกลับมาทดสอบแถว 225 ดอลลาร์ซึ่งกลายเป็นจุดยืนยันการเบรกเส้นเทรนด์อีกครั้ง
ขณะที่อัตรา Funding Rate อยู่ที่ 0.0055% บ่งชี้ฝั่ง Long ยังได้เปรียบเล็กน้อย และดัชนี Relative Volatility Index (RVI) แตะระดับ 72.77 สะท้อนสภาวะผันผวนสูงในภาวะตลาดเอียงไปทางฝั่งซื้อ
นักวิเคราะห์ที่ถูกอ้างถึงในรายงานระบุว่า “หาก $TAO สามารถทะลุกรอบ 260 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ชัดเจน จะเป็นจุดที่พร้อมจุดชนวนการกลับตัวเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบ” โดยหากการเบรกยืนยันได้แข็งแรง จะเปิดทางให้ไปทดสอบแนวต้านถัดไปแถว 290 และ 350 ดอลลาร์ พร้อมกับโซนเหนือ 450 ดอลลาร์ที่เริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุน
ในทางกลับกัน หากราคาถูกเทขายกดไม่ให้ยืนเหนือ 260 ดอลลาร์ได้ มีโอกาสที่ TAO จะอ่อนตัวกลับลงไปทดสอบเส้นแนวโน้มที่เพิ่งเบรกขึ้นมา หรือแกว่งตัวในกรอบสะสมราคาเดิมก่อนหน้า
ภาพรวมดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง TAO เผชิญแรงกดดันต่อเนื่องหลายเดือน นับจากการเกิดเส้นแนวโน้มขาลงในช่วงปลายมีนาคม โดยครั้งล่าสุดที่ TAO เคยยืนเหนือ 450 ดอลลาร์ต้องย้อนกลับไปถึงเดือนพฤศจิกายน ทำให้บริเวณ 260 ดอลลาร์กลายเป็นด่านทดสอบระยะกลางสำคัญ ก่อนที่ตลาดจะมีโอกาสกลับไปทดสอบโซนราคาสูงในอดีตอีกครั้ง
อ่านต่อ: Solana, Avalanche และ Chainlink กำลังถูกเพิ่มบนแพลตฟอร์มคริปโตของ Schwab





