วัฏจักรรอบถัดไปของอุตสาหกรรมกลาโหมอาจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอาวุธใหม่สุดล้ำ แต่อยู่ที่ “ปัญหาพื้นฐาน” มากกว่า
สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรกำลังใช้ขีปนาวุธและจรวดสกัดกั้นในอัตราที่ฐานการผลิตอุตสาหกรรมไม่สามารถเติมสต็อกได้ทัน ตามบทวิเคราะห์ของ Citrini Research
สถาบันวิจัยแห่งนี้ให้เหตุผล ว่าสงครามสมัยใหม่ได้ฉายชัดจุดอ่อนที่นักลงทุนส่วนใหญ่เมินมองไป โดรนราคาถูก กระสุนร่อนโจมตี (loitering munitions) และขีปนาวุธพิสัยต่าง ๆ กำลังกดดันให้กองทัพต้องใช้จรวดสกัดกั้นที่มีราคาสูงในความถี่ที่กำลังการผลิตยามสงบไม่เคยถูกออกแบบมาให้รองรับ
ดีมานด์วิ่งแซงกำลังผลิต
คำเตือนไม่ได้อยู่ในวงผู้เชี่ยวชาญด้านทหารเท่านั้นอีกต่อไป
เดือนมิถุนายนทำเนียบขาวใช้อำนาจตามกฎหมาย Defense Production Act หลังพบข้อจำกัดทั่วทั้งฐานอุตสาหกรรมด้านยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ทั้งกำลังการผลิตที่จำกัด โซ่อุปทานเปราะบาง และระยะเวลารอคอยที่ยืดเยื้อ สัญญาณเหล่านี้สะท้อนช่องว่างที่ถ่างกว้างขึ้นระหว่างความต้องการในสนามรบ กับความเร็วที่ผู้ผลิตสามารถเติมสต็อกกลับเข้าโกดังได้จริง
ประเด็นนี้ยิ่งเป็นที่จับตาหลังการใช้จรวดสกัดกั้น Patriot และ THAAD อย่างหนักในความขัดแย้งช่วงหลัง ระบบเหล่านี้ยังเป็นหัวใจหลักในการป้องกันฐานทัพ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และทรัพย์สินของพันธมิตรจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
ฐานอุตสาหกรรมกลายเป็นจุดเปราะบางใหม่
Citrini Research ชี้ว่าคอขวดที่แท้จริงไม่ใช่ว่าวันนี้มีขีปนาวุธในสต็อกเท่าไหร่ แต่คือ “ผลิตของใหม่ได้เร็วแค่ไหน”
อ่านเพิ่มเติม: Binance ระงับโอนเหรียญจาก HTX อีก 10 แพลตฟอร์มเจอเส้นตาย 23 ส.ค.
การจัดซื้อแบบยามสงบที่ยืดเยื้อมาหลายปีทำให้ผู้ผลิตเหลือกำลังสำรองไว้ไม่มาก สายการผลิตถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคำสั่งซื้อของรัฐที่ค่อนข้างคงที่ ไม่ใช่ดีมานด์ยามสงครามที่ลากยาว หากต้องการเร่งกำลังผลิตในตอนนี้ ภาคอุตสาหกรรมต้องลงทุนตั้งโรงงานใหม่ เพิ่มฐานซัพพลายเออร์ และอัดเม็ดเงินในรอบการลงทุนที่กินเวลานาน ซึ่งไม่อาจทำให้สำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน
ภาพนี้เปลี่ยนสมมติฐานการลงทุนเดิม โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้รับเหมาหลักในกลุ่มอาวุธป้องกัน แต่บรรดาบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบขับเคลื่อน (propulsion) ระบบนำวิถี มอเตอร์ เซ็นเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอื่น ๆ ในโซ่อุปทานขีปนาวุธ อาจมีบทบาทโดดเด่นขึ้นเมื่อรัฐบาลเร่งฟื้นฟูสต็อกยุทโธปกรณ์
ซูเปอร์ไซเคิลกลาโหมรูปแบบใหม่
นัยที่กว้างกว่านั้นคือการใช้จ่ายด้านกลาโหมกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การจัดซื้อเน้นการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยี แต่ในวันนี้ “ศักยภาพการผลิตต่อเนื่อง” อาจมีน้ำหนักไม่แพ้ความล้ำสมัยของตัวอาวุธเอง
Citrini Research มองว่าสมรภูมิได้เปลี่ยนการสนทนาจาก “อำนาจการรุกคืบ” ไปสู่ “ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม” รัฐบาลไม่ได้ถามแค่ว่าต้องการระบบใด แต่เริ่มถามว่า ระบบเหล่านั้นผลิตได้เร็วพอที่จะไล่ตามจังหวะของสงครามยุคใหม่หรือไม่
หากแนวโน้มนี้เดินหน้าต่อไป การผลิตขีปนาวุธ และโซ่อุปทานด้านยุทโธปกรณ์ในวงกว้างอาจกลายเป็นธีมระยะยาวที่นิยามทิศทางการใช้จ่ายด้านกลาโหมทั่วโลก
อ่านต่อ: มูลค่า DeFi บน Cardano ทะยานเพิ่ม 14 ล้าน ADA สถาบันยังรอดูท่าที





