ผู้บริหารและนักวิเคราะห์ในวงการคริปโตสหรัฐกำลังหันไปจับตาหน่วยงานกำกับดูแล หลังจาก กฎหมาย CLARITY สะดุด ไม่สามารถคว้าเสียงสนับสนุนครบ 60 เสียงในวุฒิสภาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ
- วุฒิสภาโหวตขั้นตอน “cloture” ไม่ผ่าน ทำให้กฎหมาย CLARITY ไม่ได้เดินหน้าต่อ
- ผู้นำอุตสาหกรรมคริปโตจึงหันไปรอให้ SEC และ CFTC เป็นผู้เขียนกติกาแทน
- นักวิเคราะห์เตือน ภาคธุรกิจต้องเจอความไม่แน่นอนยืดเยื้อ ขณะที่สภาคองเกรสมีเวลาจำกัด
เสียงโหวตกฎหมาย CLARITY
ผู้นำอุตสาหกรรมจำนวนมาก เบนความสนใจ ไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) และ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) หลังวุฒิสภาเมื่อวันอังคารลงมติไม่ผ่านญัตติ cloture ซึ่งเป็นขั้นตอนเปิดทางให้ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดเดินต่อไป ข้อเสนอกฎหมายนี้มีเป้าหมายจะ แบ่งงานกำกับดูแลคริปโต ระหว่างสองหน่วยงานดังกล่าว
ระหว่างการลงมติ บิตคอยน์ (BTC) อ่อนตัวลง มาบริเวณ 76,000 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นบริษัทคริปโตยังคงร่วงต่อเนื่องจากแรงขายก่อนหน้า
แบรด การ์ลิงเฮาส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Ripple มองว่า SEC ภายใต้การนำของ พอล แอตกินส์ และ CFTC ภายใต้ ไมเคิล เซลิก จะเดินหน้าจัดทำกฎลูกอย่างหนักเพื่ออุดช่องว่างด้านกฎหมาย แอตกินส์ย้ำคำมั่นเมื่อวันจันทร์บนเวที Solana Policy Institute Summit ว่า SEC จะออกกติกาคริปโตที่ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าคองเกรสจะออกกฎหมายช่วยหรือไม่ก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม: สัญญาฟิวเจอร์ส XRP พุ่งทำจุดสูงสุดรอบ 6 เดือน การใช้งานโตเร็วกว่าราคา
คำเตือนจาก Vaidyanathan ต่อภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อว่าการออกกฎโดยหน่วยงานกำกับจะเป็นทางออกยั่งยืน
อภิเษก ไวทยานาถาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ NEAR ระบุว่า การตีตกกฎหมายฉบับนี้ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องพึ่งพา “แนวปฏิบัติ” ของหน่วยงานกำกับและดุลพินิจฝ่ายบริหารเป็นหลัก เขาชี้ว่าองค์กรที่กำลังจัดทำงบประมาณปี 2027 จะต้องเผชิญภาวะรอต่ออีกยาวนาน กลับไปสู่การประเมินแบบรายกรณี และต้องทำงานกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า คู่ค้าในตลาดก็จะยังสะท้อน “ส่วนเผื่อความไม่แน่นอนด้านกำกับดูแล” อยู่ในราคา
อลวิน คาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Bitget Wallet มองว่า ความไม่ชัดเจนยังคงอยู่ในประเด็นการบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์ กฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์ และกฎว่าด้วยการรับ-โอนเงิน ว่าจะครอบคลุมผลิตภัณฑ์คริปโตแต่ละประเภทอย่างไร
ขณะที่ โอเรสต์ กาฟรีลยัก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ 1inch มีมุมมองผ่อนคลายกว่า โดยมองผลโหวตครั้งนี้เป็นเพียง “การเลื่อนเวลา” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย ชี้ว่าร่างกฎหมายขนาดใหญ่ลักษณะนี้แทบไม่เคยเดินหน้าได้แบบตรงไปตรงมา
โอกาสฟื้นกฎหมาย CLARITY
โอกาสฟื้นร่างกฎหมายยังไม่หมด เนื่องจากวุฒิสมาชิก ทอม ทิลลิส เปลี่ยนเสียงโหวต มาเป็น “ไม่เห็นด้วย” ในเชิงเทคนิค เพื่อเปิดช่องให้ยื่นญัตติพิจารณาใหม่ และอาจนำไปสู่การโหวต cloture อีกรอบ
ไวทยานาถานประเมินว่า “คองเกรสสมัยหน้า” น่าจะเป็นจังหวะถัดไปที่จะกลับมาจัดระเบียบโครงสร้างตลาดคริปโต พร้อมชี้ว่า สภาผู้แทนฯ ได้ยกเลิกวาระการประชุมช่วงสัปดาห์ของวันที่ 21 และ 28 กันยายนแล้ว ขณะที่วุฒิสภาจะปิดสมัยประชุมวันที่ 5 ตุลาคม ก่อนการเลือกตั้ง 3 พฤศจิกายน ทั้งนี้ โอกาสที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2026 บนแพลตฟอร์ม Polymarket รายงานว่าร่วงลงมาที่ราว 5%
ผลโหวตที่ออกมาเป็นไปตามคำเตือนก่อนหน้าโดย จาเร็ต ไซเบิร์ก นักวิเคราะห์นโยบายจาก TD Cowen ที่เคยประเมินความเป็นไปได้ที่ร่างกฎหมายจะ “ล้มตั้งแต่ด่านแรก” ไว้สูงถึง 60% และชี้ว่า หากโหวตไม่ผ่าน น่าจะสะท้อนว่าฝ่ายเดโมแครตเห็นว่าข้อเสนอที่พรรครีพับลิกันแก้ไขมา “ยังไม่มากพอ”
หนึ่งวันก่อนหน้า ไซเบิร์กเคย เขียนวิเคราะห์ ว่า เดโมแครตกำลังถูกยื่น “ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป” ให้รับไปลงมติ มากกว่าจะเป็นร่างที่ต่อรองกันมาอย่างแท้จริง และเขายังคงประเมินโอกาสที่กฎหมายจะผ่านใช้ภายในปีนี้ไว้เพียง 25%
อ่านต่อ: อิหร่านขายน้ำมัน บริษัทจีนรับชำระเป็นคริปโต ตอนนี้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐไล่ยึด 61 ล้านดอลลาร์

