บริษัทท่องอวกาศของ Jeff Bezos อย่าง Blue Origin ขณะนี้รับชำระด้วย Ethereum, Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ สำหรับเที่ยวบินกึ่งวงโคจร การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทในเครือ Bezos รับชำระค่าบริการด้วยคริปโตโดยตรง ดันราคาอีเธอเรียมทะลุ 3,200 ดอลลาร์ หลังเทรดเดอร์มองว่าประกาศดังกล่าวสะท้อนการใช้งานจริงเหนือกว่าการเก็งกำไร
เกิดอะไรขึ้น: บริษัทอวกาศรับชำระด้วยคริปโต
Blue Origin ได้ทำการ ร่วมมือ กับ Shift4 ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NYSE เพื่อรับชำระด้วย ETH, BTC, Solana, USDT และ USDC สำหรับเที่ยวบิน New Shepard ที่มีราคามากกว่า 200,000 ดอลลาร์
ลูกค้าสามารถโอนเงินจากกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการอย่าง Coinbase และ MetaMask แทนการโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิม
ระบบจะส่งต่อคริปโตเคอร์เรนซีผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ Shift4 ซึ่งรองรับทั้งการชำระเงินด้วยบัตรและสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับร้านค้า
ตามคำแถลงของบริษัท Blue Origin มีแผนจะขยายการรับชำระด้วยคริปโตไปยังโครงการในอนาคต รวมถึงภารกิจวงโคจร New Glenn และโครงการบนดวงจันทร์
อ่านเพิ่มเติม: Trump Tokens Rally Following Venezuela Military Operation Saturday
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: การยอมรับในระดับสถาบัน
ประกาศดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของสถาบันในการยอมรับคริปโตสำหรับธุรกรรมมูลค่าสูง แทนการมองสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงในฐานะสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไรเท่านั้น
Blue Origin แข่งขันกับ SpaceX ซึ่งถือบิตคอยน์ไว้ในงบการเงินของบริษัท แต่ยังไม่รับชำระด้วยคริปโตจากลูกค้า ทำให้กรณีของ Blue Origin เป็นความแตกต่างเชิงปฏิบัติการด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่น่าจับตา
การที่ร้านค้ารับชำระด้วยคริปโตช่วยสร้างอุปสงค์เชิงธรรมชาติที่แยกจากกิจกรรมการเทรด เพิ่มแรงกดดันด้านอรรถประโยชน์ต่อกลไกการกำหนดราคา เครือข่ายของอีเธอเรียม รองรับปริมาณธุรกรรมสเตเบิลคอยน์จำนวนมากอยู่แล้ว สำหรับการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน และการยอมรับของ Blue Origin ยังขยายโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเข้าสู่บริการหรูหรา ซึ่งเดิมทีระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมเคยครองความได้เปรียบ
อ่านต่อ: Aave Founder Pledges Revenue Sharing After 55% Vote Opposes Community Control

