Grayscale Research เตือนว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้การติดตามบล็อกเชนแบบโปร่งใสทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าที่เคย พร้อมยก Zcash (ZEC) ซึ่งราคาพุ่งขึ้นราว 19 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในคำตอบด้านความเป็นส่วนตัวทางการเงิน
ประเด็นสำคัญ
- หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale ระบุว่า AI อาจเชื่อมโยงที่อยู่กระเป๋าแบบนามแฝงเข้ากับข้อมูลนอกเชนได้ในวงกว้าง กลายเป็น “ระลอกที่สาม” ของความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวทางการเงิน
- ธุรกรรมแบบ Shielded ของ Zcash ซ่อนข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ และมูลค่าธุรกรรมด้วยเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof แต่ยังเปิดเผยเฉพาะส่วนให้ผู้ตรวจสอบได้เมื่อจำเป็น
- Grayscale เพิ่งแปลงกองทรัสต์ Zcash เดิมให้เป็นกองทุนอ้างอิงสปอตจดทะเบียนบน NYSE Arca ไม่กี่วันก่อนเผยแพร่บทวิเคราะห์ดังกล่าว
รายงาน Grayscale ชูประเด็นการสอดส่องบล็อกเชน
ผู้จัดการสินทรัพย์รายนี้ได้เผยแพร่ บทความชื่อ “Zcash and the Privacy Imperative” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม โดย Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัย ชี้ให้เห็นบทบาทของ AI เป็นหัวใจของข้อโต้แย้ง เขาระบุว่า การวิเคราะห์ด้วยแมชชีนเลิร์นนิงสามารถเชื่อมโยงที่อยู่กระเป๋าแบบนามแฝงเข้ากับข้อมูลจากเอ็กซ์เชนจ์ พฤติกรรมการใช้กระเป๋า และข้อมูลอื่น ๆ ที่เก็บรวบรวมไว้นอกเครือข่ายบล็อกเชนได้
Pandl มองว่านี่คือ “ระลอกที่สาม” ของความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว หลังจากยุคคอมพิวเตอร์ดิจิไทซ์ข้อมูลการเงินในทศวรรษ 1970 และยุคอินเทอร์เน็ตในทศวรรษ 1990
สำหรับ Bitcoin (BTC) นั้น ทุกธุรกรรมถูกบันทึกบนเลดเจอร์สาธารณะที่ใครก็อ่านได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยตัวตนที่ถูกระบุไว้ตั้งแต่ในไวต์เปเปอร์ฉบับดั้งเดิม ขณะที่ Zcash รองรับทั้งธุรกรรมแบบโปร่งใสและแบบ Shielded โดยโหมด Shielded ใช้ Zero-Knowledge Proof เพื่อซ่อนผู้ส่ง ผู้รับ และจำนวนเงิน แต่ยังรองรับการเปิดเผยข้อมูลแบบเลือกได้ (Selective Disclosure) แก่ผู้ตรวจสอบหรือหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อต้องการ
อ่านเพิ่มเติม: Claude Fable 5.1 เปิดตัวด้วยค่าอ่าน Cache $0.25 และระบบป้องกันการคัดลอก
มุมมองของ Zach Pandl ต่อดีมานด์ความเป็นส่วนตัวของ Zcash
“สำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์นี้อาจกลายเป็น ‘ของจำเป็น’” Pandl กล่าว
เขาให้เหตุผลว่า การติดป้ายหรือระบุที่อยู่กระเป๋านั้นทำได้มานานแล้วโดยไม่ต้องพึ่ง AI แต่เทคโนโลยี AI จะทำให้กระบวนการดังกล่าวถูกลง เร็วขึ้น และเข้าถึงได้วงกว้างกว่าที่เคย ใครก็สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ได้มากขึ้น
Grayscale เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ณ วันที่ 20 กรกฎาคม ประมาณ 90% ของกิจกรรมธุรกรรมบน Zcash เป็นธุรกรรมแบบ Shielded สะท้อนการใช้งานฟีเจอร์ปกปิดข้อมูลในระดับสูง
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิจัยของภาครัฐก็อธิบายกลไกที่คล้ายกัน โดย National Institute of Standards and Technology (NIST) ระบุ ว่า AI ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการ “ระบุตัวตนซ้ำ” (Re-identification) รูปแบบใหม่ และขยายศักยภาพของการติดตามพฤติกรรมและการสอดส่อง ข้ามชุดข้อมูลที่เดิมแยกเก็บอยู่คนละ “ไซโล”
อย่างไรก็ดี สินทรัพย์ด้านความเป็นส่วนตัวเองก็มีแรงเสียดทาน เนื่องจากเอ็กซ์เชนจ์และธนาคารในบางเขตอำนาจศาลจำกัดการเทรดหรือเข้มงวดเป็นพิเศษต่อเหรียญที่ออกแบบมาเพื่อซ่อนข้อมูลธุรกรรม
ทั้งนี้ ข้อค้นพบของหน่วยงานรัฐยังไม่ได้ลงลึกถึงบันทึกข้อมูลบนบล็อกเชนโดยตรง และแม้ความสนใจด้านความเป็นส่วนตัวจะเพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าผู้ใช้จะหันมาใช้ธุรกรรมแบบ Shielded มากขึ้นตามสัดส่วน
แรงซื้อ ZEC พุ่ง และกองทุน Zcash ETF ของ Grayscale
Grayscale เองมีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยตรงในประเด็นนี้
บริษัทได้แปลงกองทรัสต์ Zcash ที่จัดตั้งตั้งแต่ปี 2017 ให้เป็นกองทุนอ้างอิงสปอตซึ่งเริ่มซื้อขาย บนกระดาน NYSE Arca ภายใต้ชื่อย่อ ZCSH เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เพียงหกวันก่อนบทความ “Zcash and the Privacy Imperative” ถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้ธีสิสด้านความเป็นส่วนตัวมีผลิตภัณฑ์จดทะเบียนรองรับทันที
ZEC ปรับตัวขึ้นแรงรับข่าวการจดทะเบียนดังกล่าว โดยราคาพุ่งราว 80% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
หากมองย้อนหลังหนึ่งปี ราคาโทเค็น ZEC เพิ่มขึ้นราว 19 เท่าในช่วงที่การใช้งานเทคโนโลยี Shielding ของ Zcash เติบโต และมีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าสู่การพัฒนากระเป๋าและโครงสร้างพื้นฐานการขุดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 29 สิงหาคม มูลค่าตลาดของ ZEC ยังมีขนาดไม่ถึง 1% ของมูลค่าตลาด Bitcoin
อ่านต่อ: กองทุน Bitcoin ETF รับเม็ดเงินไหลเข้า 216.7 ล้านดอลลาร์ พลิกแรงขายวันเดียว

