Apple มีแนวโน้มจะเริ่มวางจำหน่าย iPhone 18 Pro เดือนหน้า พร้อมดีไซน์ใหม่ 3 ประการ หนึ่งในนั้นคือ Dynamic Island ที่จะแคบลงราว 35% เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน
ประเด็นสำคัญ
- คาดว่า Apple จะเลิกใช้ฝาหลังทูโทนแบบ iPhone 17 Pro แล้วหันมาใช้กระจกและเฟรมอะลูมิเนียมที่ให้เฉดสีเดียวกันทั้งตัวเครื่อง
- ข้อมูลหลุดประเมินว่า Dynamic Island ดีไซน์ใหม่กว้างราว 13.5 มิลลิเมตร จากเดิมประมาณ 20.7 มิลลิเมตร
- สีเด่นรอบนี้น่าจะเป็น Dark Cherry เข้ามาแทน Cosmic Orange
Dynamic Island เล็กลงราว 35%
ชุดภาพหลุดก่อนงานเปิดตัวเดือนกันยายนของ Apple ชี้ ว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะใช้รอยบากด้านหน้าที่กินพื้นที่จอน้อยลง ขณะที่แหล่งข่าววงในอย่าง Ice Universe ประเมิน ว่าความกว้างใหม่จะอยู่ราว 13.5 มิลลิเมตร ลดลงจากประมาณ 20.7 มิลลิเมตรในรุ่น Pro ที่ขายอยู่ปัจจุบัน คิดเป็นอัตราหดตัวราวหนึ่งในสาม
ส่วนหนึ่งของชุดเซ็นเซอร์ Face ID จะถูกย้ายลงไปใต้หน้าจอ แต่ยังไม่ครบทั้งหมด รูปทรง “เม็ดยา” จึงยังอยู่ ทำให้ Apple ยังไม่ขยับไปใช้ดีไซน์กล้องหน้าเจาะรูเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ข้อมูลยังไม่เป็นเอกฉันท์ เพราะแหล่งข่าวอย่าง Digital Chat Station เคยออกมาอ้าง ว่ารอยบากที่แคบลงจะถูกเลื่อนไปใช้ในรุ่นถัดไป ทำให้ดีไซน์ปีนี้อาจไม่เปลี่ยนตามข่าวลือ
แหล่งข่าวสายซัพพลายเชนระบุว่า ฮาร์ดแวร์ Face ID แบบซ่อนไว้ใต้จอทั้งหมด “ยังไม่พร้อม” สำหรับการผลิตจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเว้นช่องบนแผงหน้าจอสำหรับชุดเซ็นเซอร์ในตอนนี้ ขณะที่ Apple ไม่ได้ออกมายืนยันหรือปฏิเสธรายงานใดๆ
อ่านเพิ่มเติม: iPhone 18 Pro Max อาจได้รูรับแสงปรับได้ แต่รุ่น Pro ขนาดเล็กชวด
Dark Cherry นำทัพโทนสีใหม่
การเปลี่ยนแปลงครั้งที่สองคือการยุติดีไซน์ฝาหลังทูโทนซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่ผู้ใช้ iPhone 17 Pro เพราะกระจกด้านหลังดูอ่อนกว่าสีเฟรมอะลูมิเนียมอย่างเห็นได้ชัด แหล่งข่าวใน Weibo อย่าง Instant Digital เคยรายงาน ว่า Apple ปรับกระบวนการผลิตกระจกฝาหลังใหม่ ให้เฉดสีไล่ต่อเนื่องกับเฟรมรอบเครื่องมากขึ้น ดูเป็นสีเดียวกันทั้งบอดี้ แม้เฟรมยังคงใช้การ “อโนไดซ์” แบบเดิมอยู่ ท่ามกลางเสียงบ่นเรื่องรอยขีดข่วนตลอดปีที่ผ่านมา
ส่วนการเปลี่ยนแปลงข้อที่สามคือโทนสี โดยสีหลักที่ Apple จะนำเสนอหนักเป็นพิเศษคาดว่าจะเป็น Dark Cherry โทนไวน์เข้มติดม่วง เข้ามาแทน Cosmic Orange ที่เคยใช้ทำตลาดก่อนหน้า ขณะเดียวกันยังมีตัวเลือกสี Light Blue, Dark Gray และ Silver ทำให้ตระกูล Pro ปีนี้อาจมีทั้งหมด 4 สี มากกว่ารุ่น iPhone 17 Pro ปีก่อนที่มีเพียง 3 สี
ดีไซน์ใหม่ iPhone 18 Pro มาพร้อมราคาที่สูงขึ้น
การปรับโฉมเกิดขึ้นในจังหวะที่ต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม นักวิเคราะห์หลายสำนักคาด ว่า iPhone 18 Pro อาจมีราคาขายปลีกแพงกว่ารุ่นก่อนสูงสุดราว 300 ดอลลาร์ โดยต้นทุนหน่วยความจำและชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตรรุ่นใหม่เป็นตัวแปรสำคัญ
รายงานต่างๆ สอดคล้องกัน ว่า Apple เตรียมจัดงานเปิดตัวในวันที่ 9 กันยายน ขณะที่ iPhone 18 รุ่นมาตรฐานจะถูกเลื่อนไปเปิดตัวช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 ตามแผนการเปิดตัวแบบแบ่งช่วง ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่มองหารุ่นประหยัดต้องรอให้นานขึ้น
Dynamic Island เปิดตัวครั้งแรกในปี 2022 บน iPhone 14 Pro เพื่อแทนที่ “รอยบาก” ที่เป็นเอกลักษณ์ด้านหน้ามาตั้งแต่สมัย iPhone X เมื่อ 5 ปีก่อน และตลอด 4 ปีหลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวลือเรื่องดีไซน์รอยบากที่เพรียวบางขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
อ่านต่อ: HYPE แซง DOGE หลังพุ่ง 20% ปริมาณเทรด Perp ทะลุ 34,000 ล้านดอลลาร์





