OpenAI ทุ่ม 7 พันล้านดอลลาร์รับซื้อหุ้นพนักงานคืน มูลค่าบริษัทนิ่งที่ 852 พันล้านดอลลาร์ ยังไร้กำหนดไอพีโอ

Alexey Bondarev
Alexey Bondarev5 ชั่วโมงที่แล้ว
Staff shares worth $7 billion returned to OpenAI in a buyback that left the $852 billion valuation untouched. (Image: Shutterstock)
Staff shares worth $7 billion returned to OpenAI in a buyback that left the $852 billion valuation untouched. (Image: Shutterstock)

OpenAI ปิดดีลรับซื้อหุ้นคืนจากพนักงานและอดีตพนักงานวงเงินราว 7 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนมูลค่ากิจการ (valuation) ที่ 852 พันล้านดอลลาร์ เท่ากับรอบระดมทุนเดือนมีนาคม เพื่อ “ตรึงราคา” ก่อนการ อาจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในอนาคต

ประเด็นสำคัญ

  • OpenAI ซื้อหุ้นคืนจากพนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานรวมราว 7 พันล้านดอลลาร์
  • ดีลนี้อ้างอิงมูลค่าบริษัทที่ 852 พันล้านดอลลาร์ เท่ากับรอบระดมทุนเมื่อเดือนมีนาคม
  • OpenAI ยื่นไฟลิ่งไอพีโอกับ ก.ล.ต. สหรัฐ แบบลับในเดือนมิถุนายน แต่ยังไม่กำหนดวันเข้าซื้อขาย

รายละเอียดดีลเทนเดอร์ออฟเฟอร์ของ OpenAI

แหล่งข่าวสองรายที่ใกล้ชิดกับดีลเปิดเผยกับสื่อโดยขอสงวนนามว่า บริษัทใช้เงินสดจากงบดุลของตัวเองในการรับซื้อหุ้นคืน แทนการดึงนักลงทุนภายนอกเข้ามารับช่วงซื้อเหมือนในอดีต ตามรายงานของ สื่อการเงินต่างประเทศ ระบุว่า พนักงานและอดีตพนักงานขายหุ้นในราคาเดียวกับที่นักลงทุนสถาบันเข้าลงทุนในรอบเดือนมีนาคม

รอบระดมทุนดังกล่าวดึงเงินลงทุนได้ถึง 122 พันล้านดอลลาร์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและกองทุนร่วมลงทุน และใช้เป็นฐานกำหนด valuation ที่ดีลเทนเดอร์ครั้งนี้อิงตาม

OpenAI ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับดีลซึ่งปิดไปหลายเดือนหลังรอบระดมทุนเดือนมีนาคม และเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (prospectus) ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) แบบลับในเดือนมิถุนายน ตามรายงานของ สำนักข่าวต่างประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนสำหรับการเข้าซื้อขายวันแรก

สำหรับบริษัทเอกชนรายใหญ่ในสายปัญญาประดิษฐ์ การเปิดหน้าต่างเทนเดอร์ออฟเฟอร์ให้ “คนนายใน” แปลงหุ้นกระดาษเป็นเงินสดที่ใช้จ่ายได้จริงได้กลายเป็นวิธีปฏิบัติมาตรฐานในช่วงปีหลัง ๆ OpenAI เคยดึงนักลงทุนภายนอกอย่าง Thrive Capital และ SoftBank เข้ามารับซื้อหุ้นพนักงานแทนบริษัท โดยให้ดีลเหล่านั้นทำหน้าที่ “เคลียร์ของ” และรีเซ็ตราคาหุ้นในตลาดรองไปพร้อมกัน แต่รอบนี้บริษัทเลือกควักกระเป๋าเองเต็มจำนวน

อ่านเพิ่มเติม: หุ้น Airbnb พุ่ง 17% หลังซีอีโอยัน AI แก้ปัญหาลูกค้าได้ 45% โดยไม่ต้องใช้พนักงาน

สัญญาณไอพีโอจาก Sam Altman

การตรึงมูลค่าบริษัทไม่ให้ขยับสูงขึ้นจากรอบก่อน และการใช้เงินสดของบริษัทเอง เป็นสัญญาณที่นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่ง มองว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอาจยังไม่ใกล้ตัวนัก บริษัทเอกชนที่เลือก “อยู่นอกตลาด” นานขึ้น มักอาศัยดีลเทนเดอร์ลักษณะนี้ในการจ่ายชดเชยเป็นหุ้นให้ผู้บริหารและพนักงาน โดยไม่ต้องรับพันธะด้านการเปิดเผยข้อมูล การถูกตรวจสอบผลประกอบการรายไตรมาส และแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นสาธารณะซึ่งมาพร้อมการเป็นบริษัทจดทะเบียน

Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เขียนเมื่อเดือนที่แล้วว่า ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาไม่ใช่ปีที่ดีที่สุดของบริษัท และยอมรับว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวเขาเอง พร้อมคาดการณ์ว่าช่วงข้างหน้าจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้น รายงานเมื่อเดือนเมษายนระบุว่า OpenAI พลาดเป้ารายได้และจำนวนผู้ใช้ภายในที่วางไว้ระหว่างการเร่งตัวเพื่อเตรียมเข้าตลาดทุน ซึ่งโดยปกติถือเป็นสัญญาณที่ “แบงก์ดีลไอพีโอ” ไม่ค่อยอยากเห็นก่อนขายหุ้น การซื้อหุ้นคืนครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการ “ซื้อเวลา” ไปในตัว

ศึกชิงมูลค่ากับ Anthropic และดีลรองก่อนหน้า

คู่แข่งอย่าง Anthropic ขยับมูลค่าบริษัทขึ้นแซงหน้า OpenAI ได้แล้วในปีนี้ โดยรายงานในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ระบุว่า ห้องปฏิบัติการ AI ขนาดเล็กกว่ารายนี้กำลังจะปิดไตรมาสแรกที่ทำกำไรได้ แม้จะยังไม่เป็นบริษัทจดทะเบียน และ Anthropic เองก็ได้ยื่นไฟลิ่งแบบลับเพื่อเข้าตลาดหุ้นในเดือนมิถุนายนเช่นกัน

ตลอดเส้นทางการเติบโต OpenAI ใช้เทนเดอร์ออฟเฟอร์ลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง และแต่ละรอบก็กลายเป็น “ราคาอ้างอิง” ให้กับนักลงทุนเอกชนที่จับตาเทรนด์ลงทุนใน AI อย่างใกล้ชิด

ในเดือนตุลาคม 2025 บริษัทปิดดีลเทนเดอร์มูลค่า 6.6 พันล้านดอลลาร์ที่ valuation 500 พันล้านดอลลาร์ ก่อนจะทบมูลค่ามากกว่าสามเท่าในช่วงห้าเดือนถัดมา ขณะที่ SoftBank เคยซื้อหุ้นพนักงานมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในดีลเมื่อปี 2024

อ่านต่อ: Google DeepMind เสียผู้บริหารยุคก่อตั้ง 4 รายในวันเดียว

Alexey Bondarev profile photo

Alexey Bondarev

Alexey Bondarev เป็นหัวหน้าฝ่ายคอนเทนต์ที่ Yellow.com โดยทำข่าวเกี่ยวกับคริปโตมาเป็นเวลากว่า 10 ปี เขาเชี่ยวชาญงานเขียนเชิงวิจัยเชิงลึกและบทความแนวเรียนรู้ โดยเน้นการรายงานเชิงวิเคราะห์ การจัดบริบทในอุตสาหกรรม และการอธิบายพลังขับเคลื่อนขนาดใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกคริปโต ตั้งแต่ยุค AI และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ไปจนถึงนวัตกรรมฟินเทค เขาเชื่อว่าทุกสิ่งที่เป็นดิจิทัลจะเข้ามาแทนที่ทุกสิ่งที่เป็นอะนาล็อกในอนาคตอันใกล้ และกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้สิ่งนั้นกลายเป็นจริง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบและคำเตือนความเสี่ยง: ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและการให้ข้อมูลเท่านั้น และอิงตามความเห็นของผู้เขียน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง รวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ การซื้อขายหรือการถือครองสินทรัพย์คริปโตอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน ความเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้แทนนโยบายหรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ Yellow ผู้ก่อตั้ง หรือผู้บริหาร ควรทำการวิจัยอย่างละเอียดด้วยตนเอง (D.Y.O.R.) และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ เสมอ
ข่าวล่าสุด
แสดงข่าวทั้งหมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทความวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทความการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง