Visa ได้ added Polygon (POL) เข้าใน global stablecoin settlement pilot ของตน เปิดรางการชำระเงินอีกช่องทางหนึ่งให้ผู้ออกบัตรสามารถปรับยอดธุรกรรมนอกเวลาทำการของธนาคารได้
การขยายโครงการทดลอง Stablecoin ของ Visa
ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินเปิดเผยความเคลื่อนไหวนี้ในประกาศเมื่อวันที่ 29 เม.ย. โดย CoinDesk และ PYMNTS ได้ยืนยันการเปิดใช้งาน Polygon เข้าร่วมกับ Base, Canton Network, Arc ของ Circle และ Tempo ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Stripe
นั่นทำให้โปรแกรมนี้รองรับทั้งหมดเก้าเชน building ต่อจากการรองรับเดิมอย่าง Ethereum (ETH), Solana (SOL), Avalanche และ Stellar
Visa ระบุว่า อัตรารันเรตการชำระหนี้รายปีของโครงการ climbed เพิ่มขึ้น 50% ในไตรมาสเดียวแตะ 7 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมราว 4.7 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้บริษัทยังดำเนินโปรแกรมบัตรที่เชื่อมกับสเตเบิลคอยน์มากกว่า 130 โปรแกรมในกว่า 50 ประเทศ
อ่านเพิ่มเติม: X Users Find Crypto More Annoying Than Politics And The Iran Conflict, Bier Says
ความเห็นของ Marc Boiron เกี่ยวกับการชำระเงินในโลกจริง
Marc Boiron ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Polygon Labs ระบุว่าข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นว่าสเตเบิลคอยน์กำลังก้าวเข้าสู่การใช้งานด้านการชำระเงินในโลกจริงในระดับขนาดใหญ่
การผสานใช้งานนี้มีความสำคัญต่อผู้ออกบัตรฝั่งฟินเทค เนื่องจากการอนุมัติรายการใช้บัตรทำได้ทันที แต่การชำระหนี้ยังต้องรอรอบของ ACH, Fedwire และ SEPA Polygon จึงให้ทางเลือกแก่พาร์ตเนอร์ในการปรับยอดธุรกรรมบัตรในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วยลดการกันสำรองสภาพคล่องและหลักประกันที่ต้องจอดนิ่งอยู่ในงบดุลของธนาคาร
จุดขายของเชนนี้อยู่ที่ปริมาณธุรกรรม Polygon เพิ่งรองรับสัดส่วนธุรกรรมโอนสเตเบิลคอยน์ดอลลาร์สหรัฐในระดับสูง โดยมีเวลาการยืนยันธุรกรรมเฉลี่ยราวห้าวินาที และค่าธรรมเนียมคงที่แม้ในช่วงพีค ปัจจุบันเชนนี้ได้ปรับยอดกิจกรรมให้กับ Stripe, Revolut, Mastercard และ BlackRock อยู่แล้ว
การผลักดันสเตเบิลคอยน์ของ Visa เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2026 โดยรันเรตของโครงการทดลองเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในสองไตรมาส และการชำระหนี้ด้วย USDC ก็เริ่มเชื่อมต่อถึงธนาคารสหรัฐเมื่อต้นปีนี้
อ่านถัดไป: Zcash Trust Volume Doubles As Shielded Supply Hits Record 30% Share





