Zeus Wallet ผู้ให้บริการกระเป๋าเงิน Bitcoin แบบดูแลสินทรัพย์เอง (self-custodial) ตัดสินใจปิดโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดชั่วคราวหลังถูกโจมตีไซเบอร์ โดยยืนยันว่าเงินของลูกค้าปลอดภัย และไม่พบข้อบกพร่องในซอฟต์แวร์เครือข่าย Lightning แต่อย่างใด
ประเด็นสำคัญ
- Zeus ควบคุมเหตุโจมตีได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง และคงสภาพปิดระบบไว้เพื่อทำการตรวจสอบเชิงลึก
- ไม่พบความเสียหายต่อเงินลูกค้า และไม่พบช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ Lightning node
- ผู้ใช้ที่ช่องเชื่อมต่อ Lightning Service Provider ถูกปิด จะได้รับการเปิดช่องใหม่ทดแทนหลังระบบกลับมาให้บริการ
รายละเอียดเหตุโจมตีไซเบอร์ Zeus
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธ โดย Cointelegraph รายงานในวันถัดมาว่า Zeus ปิดระบบสนับสนุนด้านหลังบ้านทั้งหมดระหว่างตรวจสอบความเสียหาย ก่อนพิจารณาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทั้งนี้บริษัทยังไม่กำหนดกรอบเวลาในการฟื้นฟูระบบ และบริการทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้
ในอัปเดตด้านความปลอดภัยลงวันที่ 5 ส.ค.
(security update) ผู้ก่อตั้ง Evan Kaloudis ระบุว่า “เราเชื่อว่าเหตุการณ์นี้จำกัดวงอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานของ ZEUS เท่านั้น” พร้อมย้ำว่าทีมตรวจสอบไม่พบช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ Lightning และไม่พบว่าเงินลูกค้าถูกโจมตีหรืออยู่ในความเสี่ยง
Kaloudis ระบุเพิ่มเติมว่าทีมงานสามารถบรรเทาเหตุโจมตีได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และจะออกช่อง Lightning Service Provider (LSP) ใหม่ให้กับลูกค้าที่ช่องเดิมถูกปิดลง เมื่อแพลตฟอร์มสามารถกลับมาประมวลผลคำขอได้อีกครั้ง โดย Zeus ยังไม่ได้เปิดเผยรูปแบบหรือเทคนิคการโจมตีในครั้งนี้
อ่านเพิ่มเติม: Mythos 5 สร้างตัวตนปลอมหลอกรีวิวโค้ดโดยมนุษย์
ความเสี่ยงของกระเป๋า Bitcoin
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง “การถือครองด้วยตนเอง” กับ “โครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการ” แม้ผู้ใช้จะถือกุญแจส่วนตัวเอง (self-custody) แต่ผู้พัฒนากระเป๋าเงินยังต้องให้บริการระบบสนับสนุน เช่น การจัดการช่อง Lightning การจัดเส้นทางสภาพคล่อง บริการ Swap และความพร้อมใช้งานของแอป ซึ่งทั้งหมดนี้อาจได้รับผลกระทบหากโครงสร้างพื้นฐานล่มหรือถูกโจมตี
การปิดระบบจึงอาจทำให้ผู้ใช้ใช้งานฟีเจอร์บางอย่างไม่ได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำให้ผู้ให้บริการเข้าถึงหรือควบคุมยอดคงเหลือของลูกค้าได้ โดยขั้นตอนฟื้นฟูระบบสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยไม่ต้องย้ายหรือแตะต้องกุญแจส่วนตัวที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้เอง
ในเวลานี้กระเป๋า Zeus ยังอยู่ในสถานะออฟไลน์ Zeus ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของการใช้สภาพแวดล้อมประมวลผลที่เชื่อถือได้ (Trusted Execution Environments – enclaves) และโครงการ Validating Lightning Signer ซึ่งออกแบบมาเพื่อแยกอำนาจการเซ็นธุรกรรมออกจากโครงสร้างพื้นฐานที่อาจถูกเปิดเผย ลดความเสียหายหากเซิร์ฟเวอร์ถูกเจาะ
เหตุโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่ Zeus ตัดสินใจปิดฟังก์ชัน Swap เมื่อวันที่ 3 ส.ค. หลังจาก Boltz ผู้ให้บริการ Swap Bitcoin แบบไม่รับฝากทรัพย์สิน (non-custodial) ระงับแพลตฟอร์มของตนชั่วคราวจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ส่งผลให้ผู้ใช้ Zeus เผชิญปัญหาการให้บริการสะดุดถึงสองครั้งในสัปดาห์เดียวกัน แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับระบบคนละส่วนกันก็ตาม
อ่านถัดไป: นักพัฒนา Bitcoin พบช่องโหว่ร้ายแรง 85 จุด ในการตรวจสอบด้วย AI ภายใน 24 ชั่วโมง





