Stellar (XLM) ร่วงลง 13.5% จากจุดสูงสุดที่ 0.2228 ดอลลาร์ เหลือ 0.1926 ดอลลาร์ในวันจันทร์ กลับมาทดสอบฐานเบรกเอาต์เดือนสิงหาคม ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์บนเครือข่ายพุ่งเกิน 3 พันล้านดอลลาร์
ประเด็นสำคัญ
- XLM ร่วง 13.5% จากจุดสูงสุด 0.2228 ดอลลาร์ ลงมายังโซน 0.1874–0.1957 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เกิดเบรกเอาต์ในเดือนสิงหาคม
- สัปดาห์ก่อนหน้าราคาปิดบวก 22.33% การรูดครั้งนี้จึงเป็นการย่อพักฐานมากกว่าการกลับทิศเทรนด์
- มูลค่าสินทรัพย์จริงแบบโทเคนบน Stellar ไตรมาส 2 แตะ 3.05 พันล้านดอลลาร์ โตเร็วกว่าตลาดรวมราว 4 เท่า
ราคาดีดกลับมาทดสอบฐานเบรกเอาต์เดือนสิงหาคม
แรงขายดันราคา XLM ถอยลงมาในกรอบ 0.1874–0.1957 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่ฝั่งซื้อเริ่มกลับมาคุมเกมในเดือนนี้ ตามการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ พร้อมกันนั้นราคายังหลุดระดับ Fibonacci retracement 23.6% ที่ 0.1957 ดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นแนวต้านสำคัญของรอบก่อนหน้า
ปริมาณขายเร่งตัวขึ้นตามทิศทางราคา แท่งเทียนสีแดงขนาดใหญ่ต่อเนื่องลบกำไรจากรอบฟื้นตัวเดือนสิงหาคมไปราวสองในสาม
ช่วงหลังแท่งเทียน 4 ชั่วโมงเริ่มตัวเล็กลง ซึ่งนักเทรดตีความว่าเป็นสัญญาณแรงขายเริ่มอ่อน ไม่ใช่แรงซื้อกลับที่ชัดเจน ด้านค่า RSI เย็นตัวลงมาอยู่ที่ 53.23 ขณะที่สัญญาณ MACD ตัดลงแบบขาลง ทำให้โมเมนตัมระยะสั้นยังอยู่ในมือฝั่งขาย
หากราคาแท่ง 4 ชั่วโมงปิดต่ำกว่า 0.1874 ดอลลาร์ จะถือว่าฐานเบรกเอาต์ถูกเจาะ และโฟกัสถัดไปจะเลื่อนไปที่แนวรับ 0.1790 และ 0.1655 ดอลลาร์ ขณะที่หากกลับยืนเหนือ 0.1957 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง โซนกลางที่ 0.2051 ดอลลาร์จะกลับมาเป็นเป้าหมายใกล้ตัว
อ่านเพิ่มเติม: บิตคอยน์จะเกิดอะไรขึ้น หากวอชิงตันประกาศทำสงครามเศรษฐกิจกับอิหร่าน?
การเติบโตของ RWA บน Stellar ดึงดูดเงินสถาบัน
การย่อตัวรอบนี้เกิดท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรงขึ้นตลอดทั้งปี Stellar ได้รายงาน มูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์ (Real-World Assets – RWA) บนเครือข่ายแตะ 3.05 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 2 เพิ่มจาก 1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม และ 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน
การเติบโตครอบคลุมตั้งแต่พันธบัตรรัฐบาลกู้ยืมสหรัฐ (Treasuries) กองทุนพันธบัตรรัฐบาล กองทุนตลาดเงิน สินเชื่อแบบโทเคน และทองคำ ทำให้ความเสี่ยงกระจายตัวไปยังผู้ออกหลายราย หลายประเภทสินทรัพย์ และหลายเขตอำนาจศาล แทนที่จะกระจุกอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียว
ด้านตลาดโทเคนไนซ์โดยรวมเติบโตเพียงราว 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของอัตราเติบโตบน Stellar ขณะที่ปริมาณโอน Stablecoin บนเครือข่ายทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 11.4 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 72% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส
นอกจากนี้ Depository Trust & Clearing Corporation (DTCC) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและชำระธุรกรรมในตลาดทุนสหรัฐ มูลค่ามากกว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์ ก็เลือก Stellar เป็นหนึ่งในบล็อกเชนสาธารณะแรกสำหรับการทดลองโทเคนไนซ์ โดยมีแผนเปิดใช้จริงในวงกว้างช่วงครึ่งแรกของปี 2027
ความผันผวนของราคา XLM ในช่วงไม่กี่สัปดาห์
การดิ่งลง 13.5% ดูรุนแรงเมื่อมองแยกส่วน แต่หากมองในภาพรวมแล้วถือว่าเป็นการย่อจากรอบฟื้นตัวแรง XLM ปิด สัปดาห์ก่อนหน้าบวก 22.33% ที่ระดับ 0.19111 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายเดือน
การดีดตัวดังกล่าวเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการพุ่งขึ้น 40.94% ของ XRP (XRP) ที่ได้แรงหนุนจากพัฒนาการด้านกฎระเบียบในวอชิงตัน ซึ่งช่วยยกมูลค่าบล็อกเชนสายชำระเงินรุ่นเก่าขึ้นมาพร้อมกัน
รอบขาขึ้นของ XLM เริ่มจากจุดต่ำสุดที่ 0.15232 ดอลลาร์ หลังจากที่ราคาแกว่งในกรอบแคบต่ำกว่า 0.20 ดอลลาร์มาหลายเดือน ข้อมูลราคาล่าสุดจาก CoinGecko ยังชี้ว่า XLM ยังคงให้ผลตอบแทนราว 23% ภายใน 7 วันนับถึงวันจันทร์
นักวิเคราะห์มองโซน 0.217–0.230 ดอลลาร์ เป็นแนวต้านสำคัญที่ฝั่งกระทิงต้องผ่านให้ได้ก่อนที่รอบขาขึ้นขนาดใหญ่กว่าจะเริ่มต้น โดยมีการโหวตของตัวตรวจสอบเครือข่าย (validator) ต่ออัปเกรด Protocol 28 ที่กำหนดไว้ในช่วงกลางเดือนกันยายน
อ่านต่อ: Eric Trump ปัดข่าวลือโทเคนใหม่ ขณะราคา 3 โทเคน Trump ยังร่วงไกลจากจุดสูงสุด





