รายงานกลยุทธ์ TRON H1 2026: เดินเครื่องคู่ DeFi และ AI หนุนการเติบโตสวนตลาด ทำสถิติกิจกรรมสูงสุดใหม่

TRON ใช้กลยุทธ์ DeFi + AI ดันสเตเบิลคอยน์และระบบนิเวศเติบโตแรง สวนทิศตลาดคริปโทโลก H1 2026
2 ชั่วโมงที่แล้ว
รายงานกลยุทธ์ TRON H1 2026: เดินเครื่องคู่ DeFi และ AI หนุนการเติบโตสวนตลาด ทำสถิติกิจกรรมสูงสุดใหม่

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 TRON เดินเกมสวนกระแสตลาดคริปโทที่ซบเซา ผ่านกลยุทธ์ “สองเครื่องยนต์” คือเสริมความแข็งแกร่งให้แกนกลาง DeFi และรุกขยายเข้าสู่ AI อย่างจริงจัง กลไกโทเคนเงินฝืดที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นตัวตรึงมูลค่าบนโปรโตคอล DeFi ในขณะที่คลื่นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI อย่างรวดเร็ว เปิดแนวการเติบโตใหม่ให้ทั้งระบบนิเวศ

ใน H1 2026 ตลาดคริปโททั่วโลกเผชิญภาวะเย็นตัวจากปัจจัยมหภาค สภาพคล่องการเงินตึงตัวและเม็ดเงินไหลกลับไปยังหุ้นเทคโนโลยี AI ดั้งเดิม กดดันให้หลายเซกเตอร์คริปโทเข้าสู่ภาวะซบเซา แต่ TRON กลับสร้างรอบขาขึ้นสวนวัฏจักรตลาดได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่การขยายเลเยอร์ ชำระราคา Stablecoin และยกระดับมูลค่าทรัพย์สิน DeFi แกนหลัก ไปจนถึงการปักหมุดเชิงกลยุทธ์ทั่วสแตก Web3 AI ทำให้ TRON ส่งผ่านการเติบโตระดับระบบนิเวศ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

หัวใจของสมรรถนะดังกล่าวคือโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin บน TRON ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์สภาพคล่องหลักของทั้งเครือข่าย ใน H1 2026 แม้มาร์เก็ตแคป USDT โดยรวมของโลกจะทรงตัว แต่ USDT ที่หมุนเวียนบน TRON เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทะลุ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ขยับเข้าใกล้หลัก 1 แสนล้านดอลลาร์ ความลึกของสภาพคล่องที่ยืนระยะนี้ ยิ่งตอกย้ำบทบาทของ TRON ในฐานะเครือข่ายชำระราคา “ดอลลาร์ดิจิทัล” ชั้นนำของโลก ที่มอบสภาพคล่องต้นทุนต่ำและใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้แอปพลิเคชันที่ต่อยอดบนเลเยอร์

บนฐานความเหนือกว่าด้าน Stablecoin TRON เดินกลยุทธ์แบบบูรณาการตลอด H1 2026: “เสริมฐาน DeFi – ขยายแนวรบ AI” ด้าน DeFi โปรโตคอลหลักต่างทยอยเพิ่มกลไก Buyback & Burn แบบต่อเนื่องควบคู่กับการอัปเกรดฟีเจอร์ ทำให้ความสามารถในการดึงมูลค่า ให้ทั้งเครือข่ายคมชัดขึ้น ขณะเดียวกัน TRON ยังเดินหน้าปล่อยผลิตภัณฑ์ AI ระดับฐานรากอย่างรวดเร็ว สร้างระบบนิเวศ Web3 AI แบบ Full-stack ตั้งแต่เลเยอร์เข้าถึงโมเดลหลากหลายแบบรวมศูนย์ เลเยอร์โครงสร้างพื้นฐาน AI Agent ไปจนถึงเครือข่ายคอมพิวต์แบบกระจายศูนย์

DeFi Ecosystem: ผสานโทเคนเงินฝืดเข้ากับนวัตกรรมโปรโตคอล

ท่ามกลางกระแสลมต้านในอุตสาหกรรม H1 2026 ภาค DeFi ของ TRON เดินเกมสองทางชัดเจนคือ หนึ่ง เสริมมูลค่าผ่านกลไกซื้อคืน–เผาโทเคน และสอง เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่หยุดยั้ง ด้านหนึ่ง การทำ Buyback & Burn ของโปรเจ็กต์แกนหลักหลายสายงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิด “ระบบเงินฝืดระดับระบบนิเวศ” ที่เป็นปกติวิสัย ด้านหนึ่ง การปรับปรุงฟังก์ชันและประสบการณ์ใช้งานของโปรโตคอลหลักอย่างต่อเนื่อง ช่วยหนุนทั้งมูลค่าโทเคนและปัจจัยพื้นฐานของโปรโตคอล

เพื่อผลักดันโทเคโนมิกส์ให้ยั่งยืน โปรเจ็กต์แกนหลักในระบบนิเวศได้วางระบบ Buyback & Burn แบบโปรแกรมมิง สร้างเมทริกซ์เงินฝืดครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างสภาพคล่อง โปรโตคอลกู้ยืม ออราเคิล ไปจนถึงสตอเรจแบบกระจายศูนย์ ได้แก่

  • SUN.io (สภาพคล่อง): ขยายแหล่งรายได้สำหรับซื้อคืนและเผาโทเคน SUN โดยเริ่มจากรอบเผาครบรอบครั้งที่ 50 ในเดือนเมษายน รายได้จากอนุพันธ์ SUNX ถูกเพิ่มเข้า “กองเผา” ถาวร เคียงข้างค่าธรรมเนียมจาก SunSwap V2 และ SunPump โดยโปรโตคอลได้ดำเนินการเผาโทเคนครบรอบครั้งที่ 50 และ 51 ในเดือนเมษายนและกรกฎาคมตามลำดับ
  • JUST (DeFi): เดินหน้าตามแผนเผา JST หลายรอบต่อเนื่อง โดยรอบ Buyback & Burn ขนาดใหญ่ครั้งที่ 2 และ 3 จบลงในเดือนมกราคมและเมษายน ตามด้วยรอบที่ 4 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นรอบที่ใช้งบซื้อคืนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • WINkLink (Oracle): เปิดโปรแกรมซื้อคืนและเผา WIN อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม โดยจัดสรรรายได้จากบริการ Oracle 100% เพื่อซื้อคืนและเผาโทเคน WIN
  • BitTorrent (Storage & Compute): เปิดโครงการซื้อคืนและเผา BTT ในเดือนกรกฎาคม โดยนำรายได้จากบริการแบบกระจายศูนย์ทั้งหมดไปใช้ในการเผาโทเคน

ขนานไปกับกลไกดึงมูลค่าเหล่านี้ โปรโตคอลบน TRON ยังเดินหน้าอัปเกรดฟีเจอร์เชิงรุก ครอบคลุมแพลตฟอร์มเทรด สินเชื่อ ฟีดข้อมูล และคอมพิวต์แบบกระจายศูนย์:

  • SUN.io ปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ในเดือนมกราคม เปิดตัวแบรนด์ภาษาจีนอย่างเป็นทางการ เพื่อเร่งการยอมรับระดับโลก ตามมาด้วยการเปิด SunSwap V4 ในเดือนมีนาคม เพื่อเพิ่มความลึกสภาพคล่องและยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้
  • JustLend DAO ปล่อย SBM V2 ในเดือนมิถุนายน เพิ่มพูลค้ำประกันแบบแยกส่วน (Isolated Pools) รองรับสินทรัพย์ Long-tail ควบคู่กับการยกระดับระบบบริหารความเสี่ยง ขณะเดียวกันโซลูชันธุรกรรมไร้แก๊ส GasFree ของเครือข่ายก็ถูกใช้งานแบบเร่งตัว โดยเฉพาะในการโอน Stablecoin
  • WINkLink ปรับปรุงพอร์ทัล Price Feed ในเดือนมีนาคม เพิ่มแดชบอร์ด “Market Statistics” เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ On-chain
  • BitTorrent ก้าวเข้าสู่โลก AI อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน ด้วยการเปิดตัว BTTInferGrid มาร์เก็ตเพลซคอมพิวต์ AI แบบกระจายศูนย์ ที่สร้างดีมานด์ระยะยาวให้เครือข่าย

เครื่องยนต์คู่ของ “โทเคนเงินฝืดอย่างสม่ำเสมอ + นวัตกรรมโปรโตคอลต่อเนื่อง” ไม่เพียงกระตุ้นกิจกรรม On-chain ด้าน DeFi ให้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังวางรากฐานที่มั่นคงต่อการสร้างมูลค่าโทเคนระยะยาว

ตามข้อมูลจาก DeFiLlama มูลค่า TVL DeFi บน TRON ทะยานผ่าน 5.18 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 1 กันยายน ดันเครือข่ายขึ้นสู่กลุ่ม Top 5 เชนสาธารณะระดับโลก ช่องว่างกับ Solana และ BSC ถูกบีบแคบลง และยังแซงหน้าบางช่วงในช่วงเทรดคึกคัก ความได้เปรียบของ TRON ยิ่งชัดเจนในด้านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ โดยเครือข่ายบันทึกจำนวนที่อยู่แอ็กทีฟ 24 ชั่วโมงสูงกว่า 3.88 ล้านแอดเดรส แทบจะเป็นสองเท่าของ BSC ที่ตามมาเป็นอันดับสอง สะท้อนการยอมรับจากผู้ใช้จริง ในระดับที่คู่แข่งยากจะทัดเทียม

Изображение HEIF 2.HEIC

SUN.io: ยกระดับประสิทธิภาพ DEX ผ่าน SunSwap V4 และขยายพูลเผาโทเคน

ใน H1 2026 SUN.io เดินเกมอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งด้านแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และโทเคโนมิกส์ การยกระดับการรับรู้แบรนด์ เสริมความสามารถโปรโตคอล และเพิ่มพลังกลไกดึงมูลค่า ทำให้แพลตฟอร์มมีความได้เปรียบในการแข่งขันชัดเจนยิ่งขึ้น

เพื่อรองรับการเติบโตระดับโลก SUN.io เปิดกลยุทธ์ “ดูอัลแบรนด์” ในเดือนมกราคม เปิดตัวอัตลักษณ์แบรนด์ภาษาจีน “Sun Wukong” (孙悟空) พร้อมเว็บไซต์ทางการภาษาจีนโดยเฉพาะ ชุดผลิตภัณฑ์หลักถูกจัดระเบียบใหม่ภายใต้กรอบนี้ โดยแพลตฟอร์ม DEX SunSwap ถูกรีแบรนด์เป็น “Wukong Swap” แพลตฟอร์มเปิดตัวเมมคอยน์ SunPump เปลี่ยนเป็น “Wukong Launch” ส่วนแพลตฟอร์มอนุพันธ์ SunX ถูกรีแบรนด์เป็น “Sun Wukong” ทำให้เมทริกซ์ DeFi ครบวงจรของ SUN.io ซึ่งครอบคลุมเทรดสปอตบน DEX การออก Meme และ Perpetuals สามารถเจาะฐานผู้ใช้ตะวันตกและเอเชียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Изображение HEIF 3.HEIC

ด้านผลิตภัณฑ์ SUN.io เดินหน้าปรับปรุงโปรโตคอลแกนหลัก ใช้การอัปเกรดเทคนิคเพื่อลดอุปสรรคการเทรดและลดต้นทุนให้ผู้ใช้ วันที่ 2 มีนาคม SunSwap V4 เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ พร้อมนวัตกรรมสถาปัตยกรรมหลัก 6 ด้าน:

  • Singleton Design: รวมศูนย์การจัดการพูล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทุนสูงสุด
  • Native TRX Swaps: เทรดคู่ TRX โดยไม่ต้อง Wrap เหรียญ
  • Flash Accounting: ระบบเคลียร์ยอดสุทธิ ลดต้นทุนธุรกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
  • Hooks: ปลั๊กอินสมาร์ตคอนแทรกต์แบบปรับแต่งได้ รองรับกลยุทธ์เทรดรูปแบบใหม่
  • Custom Accounting: ตรรกะเคลียร์ยอดแบบปรับแต่งได้สำหรับพูลเฉพาะทาง
  • Subscribers: การแจ้งเตือนเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยติดตามและบริหารสถานะการลงทุน

ฟีเจอร์เหล่านี้ยกระดับศักยภาพการปรับแต่งโปรโตคอลไปอีกขั้น เปิดทางให้ดีเวลอปเปอร์สร้างเคส DeFi เชิงนวัตกรรมได้หลากหลาย ภายในเวลาเพียง 5 เดือนหลังเปิดตัว SunSwap V4 ได้รับการยอมรับรวดเร็ว สภาพคล่องสูงสุดทรงตัวที่ราว 108 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าซื้อขาย 24 ชั่วโมงแตะมากกว่า 70 ล้านดอลลาร์ในช่วงพีกหลายครั้ง

Изображение HEIF 4.HEIC

ประสิทธิภาพการใช้ทุนได้รับการเสริมอีกขั้นในเดือนพฤษภาคม ด้วยสัญญา Universal Router เวอร์ชันอัปเกรด ที่ช่วยจัดเส้นทางการเทรดผ่านหลายพูลที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ

ณ วันที่ 1 กันยายน SUN.io รายงาน TVL รวมราว 650 ล้านดอลลาร์ กระจายอยู่ในพูลสภาพคล่องที่แอ็กทีฟมากกว่า 26,500 พูล ช่วง 7 วันที่ผ่านมา มูลค่าซื้อขายรวมบนแพลตฟอร์มทะลุ 514 ล้านดอลลาร์ จากธุรกรรมมากกว่า 112,000 รายการ แนวโน้มการเติบโตของทุกเมตริกยังคงแข็งแรงต่อเนื่อง

Изображение HEIF 5.HEIC

ในมิติของโทเคโนมิกส์ SUN.io เร่งกลไกเงินฝืดของโทเคน SUN ผ่านการขยายแหล่งรายได้ที่นำไปใช้ซื้อคืนและเผา ตั้งแต่รอบ Buyback & Burn ครั้งที่ 50 เมื่อวันที่ 25 เมษายน รายได้จากแพลตฟอร์มอนุพันธ์ SunX ถูกเพิ่มเข้า “กองเผา” แบบถาวร ควบคู่ค่าธรรมเนียมจาก SunSwap V2 และ SunPump เพื่อให้กระบวนการเงินฝืดโปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้น แพลตฟอร์มยังได้กำหนดตารางปฏิบัติการใหม่ ใช้การประกาศรวมรอบเดียวกลางเดือนแรกของทุกไตรมาส

นับตั้งแต่เปิดโมเดล Buyback & Burn เมื่อเดือนธันวาคม 2021 SUN.io ดำเนินการเผาโทเคนต่อเนื่องมาแล้ว 51 รอบโดยไม่สะดุด เผาโทเคน SUN ออกจากระบบถาวรไปแล้ว 678,547,188.32 เหรียญ เร่งเดินหน้าสู่หมุดหมายการเงินฝืดระดับ 700 ล้านเหรียญอย่างรวดเร็ว

JustLend DAO: รายได้จริงหนุนเงินฝืด JST ขณะเมทริกซ์ผลิตภัณฑ์ขยายตัว

แรงหนุนจากการเติบโตของรายได้โปรโตคอลใน H1 ทำให้ JustLend DAO สามารถเดินหน้า Buyback & Burn โทเคน JST หลายรอบต่อเนื่อง สร้าง “วงจรมูลค่าแบบปิด” ที่รายได้ธุรกิจจริงเป็นตัวจุดเครื่องยนต์เงินฝืดแบบโปรแกรมมิง เสริมพื้นฐานมูลค่า JST อย่างมีระบบ ภายใต้แรงเหวี่ยงเงินฝืดนี้ ราคา JST ฟื้นตัวเด่นจากราว 0.04 ดอลลาร์ต้นปี 2026 ขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 0.11 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นสะสมกว่า 275% ดันมาร์เก็ตแคปจาก 400 ล้านดอลลาร์ สู่กว่า 868 ล้านดอลลาร์ แตะระดับมูลค่าสูงสุดตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ ณ วันที่ 1 กันยายน JST ยังทรงตัวแกร่ง ซื้อขายที่ราว 0.101 ดอลลาร์

Изображение HEIF 6.HEIC

ควบคู่กันนั้น ชุดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ JustLend DAO ซึ่งครอบคลุมโปรโตคอลกู้ยืม โครงสร้าง Liquid Staking การเช่า Energy และกระเป๋าเงินอัจฉริยะ ยังคงเปิดแนวการเติบโตใหม่ให้ระบบนิเวศในระยะยาว ช่วงต้นปี 2026 JST เดินหน้ากลไก “ซื้อคืน–เผาโทเคน” ตามแผนระยะยาวครบสามรอบใหญ่ วงเงินใช้จ่ายต่อรอบมากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เฉพาะครึ่งปีแรกมีเม็ดเงินกว่า 70 ล้านดอลลาร์ถูกนำไปใช้ซื้อคืน โดยเกือบ 90% มาจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจริงของ JustLend DAO

  • รอบที่ 2 (14 ม.ค.): เผา JST จำนวน 525 ล้านโทเคน คิดเป็นมูลค่า 21 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.3% ของอุปทาน JST ทั้งระบบ
  • รอบที่ 3 (15 เม.ย.): เผา JST จำนวน 271 ล้านโทเคน คิดเป็นมูลค่า 21.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.74% ของอุปทานรวม
  • รอบที่ 4 (17 ก.ค.): เผา JST ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 355 ล้านโทเคน มูลค่า 34.59 ล้านดอลลาร์

รอบที่ 4 ได้แรงหนุนจากรายได้โปรโตคอลที่แข็งแกร่งควบคู่กับค่าธรรมเนียมเสถียรภาพ (stability fee) ของ USDJ ที่สะสมไว้ ทำให้การเผาครั้งนี้คิดเป็น 3.59% ของอุปทาน JST ทั้งหมด

Изображение HEIF 7.HEIC

จนถึงปัจจุบัน โปรโตคอลได้ดำเนินการซื้อคืน–เผาโทเคนระดับเมเจอร์แล้ว 4 รอบ ถอน JST ออกจากระบบถาวรแล้วรวม 1.711 พันล้านโทเคน หรือคิดเป็น 17.29% ของอุปทานทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าทุนสะสมที่นำมาใช้มากกว่า 94.62 ล้านดอลลาร์ หากไม่รวม “การเผาพิเศษ” 10.39 ล้านดอลลาร์ที่มาจากค่าธรรมเนียมเสถียรภาพของ USDJ ในรอบที่ 4 เงินที่ใช้ในการซื้อคืนตามปกติ 100% มาจากรายได้ธุรกิจจริงของ JustLend DAO ทั้งสิ้น

ข้อมูลทางการระบุว่า JustLend DAO ทำกำไรสุทธิสะสมแล้วมากกว่า 94.2 ล้านดอลลาร์ เมื่อนำมารวมกับค่าธรรมเนียมเสถียรภาพ วงเงินรวมที่จัดสรรไว้เพื่อซื้อคืนโทเคนจึงเข้าใกล้ระดับ 105 ล้านดอลลาร์ กลไกเงินฝืดนี้ยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยโปรโตคอลได้กันเงินรายได้สะสมเพิ่มอีก 10.34 ล้านดอลลาร์ ไว้สำหรับรอบซื้อคืน–เผาโทเคนรอบถัดไปแล้ว

ในฐานะโปรโตคอลแกนหลักของอีโคซิสเต็ม JUST, JustLend DAO สร้างชุดผลิตภัณฑ์ด้านยูทิลิตี้ที่ครบวงจร ครอบคลุมตลาดฝาก–กู้ (Supply & Borrow Markets: SBM), การ Staking แบบมีสภาพคล่อง (sTRX), ตลาดเช่า Energy, ฟีเจอร์โอนแบบไม่ต้องใช้ Gas (GasFree) และบริการซื้อ Energy (Buy Energy) พร้อมรักษาสถานะ “ผู้นำระดับอุตสาหกรรม” ในทุกเซ็กเมนต์ที่เข้าไปแข่งขัน

ในกลุ่ม DeFi ปล่อยกู้แบบกระจายศูนย์ JustLend DAO ยังครองบทบาทผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลก ข้อมูลจาก DeFiLlama ณ วันที่ 1 กันยายน ระบุว่า แพลตฟอร์ม SBM มีมูลค่าสินทรัพย์ล็อก (TVL) 3.38 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ JustLend DAO ยังคงรั้งอันดับ 4 โปรโตคอลปล่อยกู้แบบกระจายศูนย์ของโลก แรงขับเคลื่อนสำคัญคือการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดตัว SBM V2 ในเดือนมิถุนายน นำแนวคิด “isolated vaults” เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นอัปเกรดเชิงสถาปัตยกรรมที่สำคัญ ช่วยเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ที่รองรับโดยไม่ลดทอนมาตรฐานความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม ในช่วงครึ่งปีแรก โปรโตคอลยังเปิดตลาดกู้ยืมสำหรับสินทรัพย์ $U โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทุนและตอบโจทย์ดีมานด์ฝั่งผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง

Изображение HEIF 8.HEIC

ในเส้นธุรกิจ liquid staking ผลิตภัณฑ์ sTRX มีปริมาณ TRX ที่ถูกนำมาสตีคสะสมแล้วมากกว่า 9.73 พันล้านหน่วย จากกว่าหมื่นเจ็ดพันแอดเดรสที่ไม่ซ้ำกัน ทั้ง TVL และจำนวนผู้ใช้เติบโตต่อเนื่องบนแนวโน้มขาขึ้น โดยอาศัยฐานธุรกิจ liquid staking นี้ ตลาด Energy Rental ได้เข้ามาเติมเต็มด้วยโมเดล “จ่ายตามการใช้งาน” ที่ยืดหยุ่นสูง แก้ปัญหาผู้ใช้ที่ไม่ต้องการล็อก TRX จำนวนมากระยะยาวเพื่อลดค่า gas on-chain จนสามารถดึงดูดผู้ใช้สะสมแล้วมากกว่า 80,000 ราย

เพื่อขยายยูทิลิตี้ของระบบนิเวศให้ลึกขึ้น JustLend DAO เปิดตัวฟีเจอร์ Buy Energy ในเดือนสิงหาคม บริการแบบจ่ายตามการใช้งานนี้เปิดทางให้ผู้ใช้ซื้อ TRON Energy ตามต้องการ ช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียมธุรกรรมได้สูงสุดถึง 64% เมื่อเทียบกับการ “เผา TRX” เพื่อแลกทรัพยากรบนเชนแบบดั้งเดิม

ขับเคลื่อนด้วยพันธกิจหลักในการลดแรงเสียดทานและทำให้การเข้าถึง on-chain เป็นเรื่องของคนทุกกลุ่ม JustLend DAO จึงออกแบบ “ชุดยูทิลิตี้ครบวงจร” ที่ประกอบด้วย Energy Rental, Buy Energy และ GasFree Transfers

ในจำนวนนี้ GasFree Transfers กลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลักของแพลตฟอร์ม ด้วยการเปิดให้ผู้ใช้ชำระค่า gas ด้วยโทเคนปลายทางโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องถือ TRX native ล่วงหน้า กลไกนี้ช่วยลดเกณฑ์การเข้าระบบ DeFi ลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันฟีเจอร์ดังกล่าวรองรับการตัดค่าธรรมเนียมด้วย USDT และ USDD (หลังจากการอินทิเกรตเชิงกลยุทธ์ในเดือนสิงหาคม) ส่งผลให้อัตราการนำไปใช้และความถี่ในการทำธุรกรรมเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน

ข้อมูลล่าสุดยืนยันโมเมนตัมดังกล่าว รายงาน TRON Q2 ของ CryptoQuant ระบุว่า ปริมาณธุรกรรม GasFree ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนแตะ 2.9 พันล้านดอลลาร์ เข้าใกล้จุดสูงสุดตลอดกาลที่ราว 3 พันล้านดอลลาร์ซึ่งทำไว้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ขณะที่ ณ วันที่ 1 กันยายน ยอดโอน GasFree ด้วยสเตเบิลคอยน์สะสมทะลุ 7.7 ล้านรายการ มูลค่ารวมธุรกรรม 132.6 พันล้านดอลลาร์ ด้วยการช่วยผู้ใช้ประหยัดค่าธรรมเนียมรวมแล้วกว่า 8.48 ล้านดอลลาร์ GasFree Transfers จึงไต่ขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของผู้ใช้ และเป็นอีกหนึ่ง “เสา” การเติบโตใหม่ของ JustLend DAO

Изображение HEIF 9.HEIC

นอกเหนือจากการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเติบโตของเมตริกหลักทางธุรกิจ JustLend DAO ยังเดินหน้าขยายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อเชื่อมสะพานไปยังอีโคซิสเต็มภายนอกและดึงผู้ใช้หน้าใหม่เข้าระบบ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม JustLend DAO ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ DeFi hub บน Binance Web3 Wallet อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดพูลสภาพคล่องเฉพาะกิจเพื่อเข้าถึงฐานผู้ใช้งานระดับโลกของ CEX รายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ถัดจากดีลดังกล่าวเพียงไม่นาน JustLend DAO ยังจับมือกับ USDD และ SUN.io ร่วมกับ Binance Wallet จัดแคมเปญ “TRON DeFi Summer” พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์ พันธมิตรข้ามอีโคซิสเต็มนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ไม่เพียงดึงเม็ดเงินใหม่และฐานผู้ใช้ชุดใหม่เข้าสู่ระบบ แต่ยังสร้าง “ท่อแปลงผู้ใช้” แบบไร้รอยต่อจาก CEX ชั้นนำเข้าสู่ DeFi บน TRON โดยตรง ซึ่งท้ายที่สุดช่วยขยายฐานรายได้ที่ยั่งยืนให้กับโปรโตคอล

Изображение HEIF 10.HEIC

BitTorrent: รุก Decentralized AI ผ่าน BTTInferGrid ควบคู่โปรแกรมซื้อคืนระยะยาว

BitTorrent เดินหน้าปักหมุดคุณค่าแกนกลางของโปรโตคอลตลอดช่วงครึ่งปีแรก 2026 พร้อมบรรลุหมุดหมายสำคัญทั้งในมิติด้านคอมพลายแอนซ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และโทเคโนมิกส์ ด้วยการปิดดีลประเด็นกำกับดูแลที่ค้างคามานาน เร่งสปีดการพัฒนาผลิตภัณฑ์แกนหลัก ขยายเข้าสู่ตลาดปัญญาประดิษฐ์ และเปิดตัวโครงการซื้อคืน–เผา BTT แบบหลายเฟส BitTorrent เดินหน้าทรานส์ฟอร์มเชิงกลยุทธ์ “ทั้งระบบ” จากฐานรากขึ้นมาใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นจากการปลดล็อกความไม่แน่นอนด้านกำกับดูแลที่ยืดเยื้อมาหลายปี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ก.ล.ต.สหรัฐ (SEC) ประกาศยุติการดำเนินคดีทั้งหมดต่อ Justin Sun, มูลนิธิ TRON และมูลนิธิ BitTorrent อย่างเป็นทางการ ปิดฉากข้อพิพาทยาวนานกว่า 3 ปี และลบความเสี่ยงเชิงนโยบายที่เคยกดทับทิศทางการเติบโตและโรดแมปทางกลยุทธ์ของอีโคซิสเต็ม จากจุดนี้ BTT เดินหน้าต่อยอดความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ด้วยการเข้าจดทะเบียนคู่เทรด BTT/THB บน Bitkub กระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ของไทย เปิดโอกาสให้นักลงทุนในประเทศซื้อขาย BTT ด้วยเงินบาทโดยตรง เสริมสภาพคล่องของ BTT ในตลาดภูมิภาคและยกระดับสถานะเชิงกลยุทธ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ควบคู่กัน BitTorrent ยังไม่หยุดยั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ทีมงานเปิดตัว BitTorrent Neo ไคลเอนต์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ macOS โดยเฉพาะ มาพร้อมอินเทอร์เฟซใช้งานที่เบา ทันสมัย แต่ยังคงประสิทธิภาพการทำงานเต็มรูปแบบ ยกระดับประสบการณ์แชร์ไฟล์แบบ P2P และตอกย้ำบทบาทของโปรโตคอลในฐานะผู้นำการกระจายคอนเทนต์แบบกระจายศูนย์

ในการรุกสู่เซ็กเมนต์เติบโตรวดเร็ว BitTorrent ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวต์ AI แบบกระจายศูนย์อย่างเป็นทางการ ผ่านการเปิดตัว BTTInferGrid เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน BTTInferGrid ถูกออกแบบในรูปแบบ DePIN (Decentralized Physical Infrastructure Network) ที่โฟกัสเฉพาะเวิร์กโหลดด้าน AI inference มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรคอมพิวต์ดั้งเดิมให้สูงสุด การเปิดตัวครั้งนี้จึงสะท้อนการขยายตัวเชิงกลยุทธ์ของ BitTorrent สู่ภูมิทัศน์ Web3 x AI และเปิดเส้นทางการเติบโตใหม่ให้กับทั้งอีโคซิสเต็ม

Изображение HEIF 11.HEIC

เพื่อเสริมแรงให้กับการขยายตัวดังกล่าว BitTorrent ได้เปิดใช้งานกลไกซื้อคืน–เผา BTT แบบครบวงจรที่เน้นสร้างมูลค่าในระยะยาว ภายใต้การอัปเดตเชิงกลยุทธ์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม รายได้ 100% จากธุรกิจแบบกระจายศูนย์ทั้งหมดของ BitTorrent จะถูกส่งเข้าสู่พูลเฉพาะกิจเพื่อรองรับการเผาโทเคนแบบรายไตรมาสอย่างสม่ำเสมอ โมเดลใหม่นี้ยกระดับเมคานิซึมการเก็บมูลค่า (value capture) ของ BTT จากโทเคนยูทิลิตี้–โหวตธรรมดา ให้กลายเป็นสินทรัพย์แบบเงินฝืดที่หนุนหลังด้วยกระแสรายได้จริงของโปรโตคอล ส่งผลให้ชุมชนถือโทเคนได้ “มีส่วนแบ่ง” โดยตรงจากการเติบโตของเครือข่าย BitTorrent ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

WINkLink: ยกระดับบริการ Oracle แกนกลาง พร้อมโปรแกรมซื้อคืนใหม่หนุนมูลค่าโทเคน

ในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน oracle หลักของอีโคซิสเต็ม TRON WINkLink ได้ดำเนินการอัปเกรดครั้งใหญ่ตลอดครึ่งปีแรก ครอบคลุมทุกเลเยอร์ของโปรโตคอล ตั้งแต่ฟังก์ชันผลิตภัณฑ์แกนหลัก การขยายขอบเขตสินทรัพย์ ไปจนถึงการปรับโทเคโนมิกส์ใหม่ ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการข้อมูล on-chain ควบคู่กับการเปิดใช้กลไกซื้อคืน–เผาโทเคนเฉพาะ WINkLink กำลังแปลง “ผลการดำเนินงาน” ให้กลายเป็น “มูลค่าโทเคนระยะยาว” อย่างเป็นรูปธรรม

ในเชิงผลิตภัณฑ์ WINkLink ได้อัปเกรดหน้า Price Service เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ด้วยการเพิ่มโมดูล Market Statistics ซึ่งนำเสนอข้อมูลสำคัญอย่างอันดับมาร์เก็ตแคป อุปทานหมุนเวียนและอุปทานรวม รวมถึงช่วงราคา 24 ชั่วโมงและ 7 วันในรูปแบบที่อ่านง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยกระดับความครบถ้วนของข้อมูลและการใช้งาน เพื่อรองรับความต้องการของนักพัฒนาและโปรโตคอลการเงินที่หลากหลายมากขึ้น

Изображение HEIF 12.HEIC

ในด้านการครอบคลุมสินทรัพย์ WINkLink ได้ขยายฟีดราคาของ oracle อย่างต่อเนื่อง โดย…WINkLink ได้ผนวกรวมราคาออนเชนของเหรียญ U เข้ากับคู่เทรด U/TRX และ U/USD ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ก่อนจะตามมาด้วยฟีดราคา KGST และคู่เทรด KGST/TRX ในวันที่ 9 มิถุนายน ช่วยขยายชุดข้อมูลราคาบนบล็อกเชนให้ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภทมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพื่อยกระดับมูลค่าโทเคน WINkLink ได้ประกาศโครงการซื้อคืนและเผา (buyback-and-burn) ระยะยาวสำหรับเหรียญ WIN เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม โดยกำหนดให้รายได้ 100% จากการให้บริการออราเคิลภายในระบบนิเวศ TRON ถูกนำมาใช้ซื้อคืนและเผาเหรียญ WIN ทั้งหมด พร้อมเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมการเผาในที่สาธารณะแบบรายไตรมาสราวกลางไตรมาสถัดไป กลไกที่เชื่อมรายได้ของระบบนิเวศเข้ากับมูลค่าโทเคนโดยตรงนี้ ช่วยปรับโครงสร้างอุปทาน WIN อย่างต่อเนื่อง และสร้างวัฏจักรเชิงบวกระหว่างการใช้งานโปรโตคอลกับมูลค่าโทเคน หลังประกาศโครงการดังกล่าว ราคาของ WIN ปรับตัวขึ้นจากราว ~$0.00002055 เป็น $0.00002514 ณ วันที่ 29 กรกฎาคม เพิ่มขึ้น 22.5% สะท้อนผลเชิงบวกของโทเคนโนมิกส์แบบเงินฝืดได้อย่างชัดเจน

ในด้านการยอมรับจากตลาดซื้อขาย WINkLink ยังได้รับการลิสต์บนกระดานเทรดสำคัญตั้งแต่ต้นปี WIN ถูกลิสต์อย่างเป็นทางการบน Bitkub กระดานซื้อขายคริปโตอันดับหนึ่งของไทยในวันที่ 30 มกราคม ตามมาด้วย Baltex ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ช่วยขยายฐานการเข้าถึงตลาดโลกได้เร็วกว่ากำหนด


TRON กับ AI Matrix: เร่งปล่อยผลิตภัณฑ์ ดันขยายอีโคซิสเต็ม

ในขณะที่ DeFi ที่เติบโตเต็มตัวทำหน้าที่ยึดโยงเสถียรภาพทางการเงินของ TRON ผ่านวัฏจักรตลาด การรุกสู่ Web3 AI ถูกวางเป็นแกนกลางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อคว้าโอกาสจากคลื่นเทคโนโลยีถัดไป ช่วงครึ่งปีแรก 2026 TRON เดินหน้าเข้าสู่เฟสเติบโตครั้งใหญ่ของอีโคซิสเต็ม AI: Bank of AI โครงสร้างพื้นฐานการเงินเฉพาะทางสำหรับ AI Agent เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์; B.AI เกตเวย์รวมบริการมัลติโมเดล เปิดตัวในเดือนเมษายน; และ BTTInferGrid เครือข่ายคอมพิวต์ AI แบบกระจายศูนย์ เปิดให้ใช้งานในเดือนมิถุนายน ถือเป็นการปล่อยผลิตภัณฑ์สำคัญต่อเนื่องในระยะเวลาอันสั้น

ปัจจุบัน อีโคซิสเต็ม AI ของ TRON ถูกขับเคลื่อนด้วย “แมทริกซ์ผลิตภัณฑ์” ที่แข็งแกร่ง นำโดย B.AI, Bank of AI, AINFT และ BTTInferGrid ครอบคลุมตั้งแต่เกตเวย์ให้บริการ LLM, โครงสร้างพื้นฐานของ AI Agent, แพลตฟอร์มเทรดดิ้งของ AI Agent ไปจนถึงซัพพลายคอมพิวต์แบบกระจายศูนย์ แต่ละเลเยอร์มีจุดยืนที่ชัดเจน ฟังก์ชันเสริมกัน และเกิดซินเนอร์ยีระหว่างกัน รวมกันเป็นสถาปัตยกรรมหลายชั้นครบวงจร เชื่อมเกตเวย์บริการชั้นบน อินฟราสตรักเจอร์แกนกลาง และพลังประมวลผลชั้นล่าง จนกลายเป็นอีโคซิสเต็ม AI แบบกระจายศูนย์ที่มีประสิทธิภาพสูงและโครงสร้างชัดเจน

ในเลเยอร์บนสุด B.AI ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์มัลติโมเดลแบบรวมศูนย์สำหรับทั้ง Web2 และ Web3 ถูกวางตำแหน่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI แถวหน้า ทำหน้าที่เป็น “เลเยอร์ชำระราคาแห่งปัญญา” ระดับโลก อยู่เหนือโมเดลทั้งหมดและอยู่ใต้เอเจนต์ทั้งหมด เพื่อจัดเส้นทาง ประมวลผล และชำระธุรกรรมในทุกคำสั่งเรียกใช้งาน ข้อเสนอด้าน LLM ของ B.AI ผสานความสามารถด้านแชตโต้ตอบเข้ากับบริการ API มาตรฐานจากโมเดลชั้นนำหลายราย รองรับการสลับโมเดลเพียงคลิกเดียวและการเชื่อมต่อผ่าน API เดียวแบบรวมศูนย์ แพลตฟอร์มยังพัฒนาเครื่องมือหลักให้กับอีโคซิสเต็ม เช่น BAIclaw เอเจนต์ AI สำหรับเดสก์ท็อป, BAIcode ผู้ช่วยเขียนโค้ด รวมถึงโปรโตคอลพื้นฐานอย่างมาตรฐานการชำระเงิน x402 และโปรโตคอลระบุตัวตน 8004 ทั้งหมดนี้ช่วยลดแรงเสียดทานด้าน UX และลดอุปสรรคทางเทคนิคสำหรับนักพัฒนา สร้างรากฐาน LLM แบบเดียวสำหรับทุกแอปพลิเคชันในอีโคซิสเต็ม

ในเลเยอร์อินฟราสตรักเจอร์ระดับกลาง Bank of AI และ AINFT รับบทเป็นเสาหลักของ AI Agent สองด้าน คือการเชื่อมต่อบริการการเงิน และการพิสูจน์กลยุทธ์การเทรด Bank of AI สร้างอินฟราสตรักเจอร์การเงินเฉพาะทางบนมาตรฐานดั้งเดิมของ TRON เช่น x402, โปรโตคอล 8004, MCP Server และ Skills เพื่อมอบโซลูชันแบบวันสต็อปสำหรับการเชื่อมต่อ Web3 ส่งผลให้ AI Agent สามารถเข้าถึงฟังก์ชัน DeFi ที่โตเต็มที่อย่างการเทรดและปล่อยกู้ได้ทันที หนุนให้ Bank of AI กลายเป็นสะพานหลักระหว่าง AI Agent กับอีโคซิสเต็ม DeFi ของ TRON ขณะเดียวกัน AINFT มีแผนสร้าง “ฮับเทรดดิ้งสำหรับ AI” ผ่านอินฟราสตรักเจอร์มาตรฐานด้านการประเมินผล สร้างระบบทดสอบและเปรียบเทียบกลยุทธ์ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือและเปิดทางให้มูลค่าไหลเวียนภายในภูมิทัศน์การเทรดของ AI

ในเลเยอร์ฐานราก BTTInferGrid เครือข่ายอินเฟอเรนซ์ AI แบบกระจายศูนย์ของ BitTorrent ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังประมวลผลให้ทั้งอีโคซิสเต็ม อาศัยเครือข่ายโหนดกระจายทั่วโลกที่ BitTorrent สะสมมากว่า 20 ปี และใช้แรงจูงใจเชิงโทเคนเพื่อดึงดูดทรัพยากร GPU และแบนด์วิดท์ที่ว่างอยู่ให้มารวมกัน เปลี่ยนฮาร์ดแวร์กระจัดกระจายให้กลายเป็นพูลคอมพิวต์แบบมาตรฐานและเป็นหนึ่งเดียว BTTInferGrid สามารถให้บริการอินเฟอเรนซ์ AI ต้นทุนต่ำ ความเสถียรสูง และตรวจสอบได้บนเชนสำหรับทุกแอปเลเยอร์บน ท้าทายการผูกขาดของผู้ให้บริการศูนย์กลางรายใหญ่ และลดต้นทุนคอมพิวต์ของโปรเจกต์ Web3 AI ลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกเหนือจากฝั่งผลิตภัณฑ์ TRON ยังเดินเกมเชิงมาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างก้าวหน้า ในเดือนมีนาคม TRON เข้าร่วม Agentic AI Foundation ภายใต้ Linux Foundation ในฐานะสมาชิกระดับ Gold เคียงข้างผู้นำเทคโนโลยีและการเงินระดับโลก เช่น OpenAI, Anthropic, Circle และ JPMorgan Chase เพื่อร่วมกำหนดกรอบธรรมาภิบาลอุตสาหกรรม ก้าวเดินเชิงกลยุทธ์นี้ช่วยเสริมบทบาทและความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของ TRON บนสมรภูมิ AI แบบกระจายศูนย์ วางฐานให้ TRON มีศักยภาพขึ้นนำคลื่นเทคโนโลยีครั้งต่อไป


B.AI: อินฟราสตรักเจอร์ AI แบบฟูลสแตก และเกตเวย์หลักสำหรับผู้ใช้ทั่วโลก

หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน B.AI ขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่การเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ AI ชั้นนำสำหรับทั้ง Web2 และ Web3 ผ่านการอัปเดตความสามารถและฟีเจอร์ถี่ต่อเนื่อง ในฐานะเกตเวย์รวมศูนย์ของ TRON สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและนักพัฒนา B.AI มียอดผู้ใช้ลงทะเบียนทะลุ 2.2 ล้านรายภายในวันที่ 1 กันยายน หรือเติบโตถึงระดับหลายล้านบัญชีภายในเวลาเพียงสี่เดือน โมเมนตัมเร่งตัวขึ้นอีกในวันที่ 31 สิงหาคม เมื่อปริมาณการใช้โทเคนต่อวันทะลุ 1.1 ล้านล้านหน่วย ดันแพลตฟอร์มเข้าสู่ยุค “1T+ compute orchestration” และตอกย้ำสถานะในฐานะหนึ่งในแพลตฟอร์ม AI ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม

ภายในเวลาเพียงสี่เดือน B.AI ได้สร้างอินฟราสตรักเจอร์ฟูลสแตก ครอบคลุมทั้งฝั่งผู้บริโภคและเครื่องมือนักพัฒนา สถาปัตยกรรมแบบหลายชั้นประกอบด้วยแพลตฟอร์ม LLM แบบรวมศูนย์เป็นแกนกลาง แอปพลิเคชันใช้งานจริงอย่าง BAIclaw เอเจนต์ AI บนเดสก์ท็อป และ BAIcode ผู้ช่วยเขียนโค้ด ควบคู่กับคอมโพเนนต์พื้นฐานอย่างมาตรฐานการชำระเงิน x402 โปรโตคอลระบุตัวตน 8004 และโมดูล Skill รวมกันเป็นเฟรมเวิร์กครบวงจรเชื่อมตั้งแต่เลเยอร์การเข้าถึงแบบรวมศูนย์ แอปพลิเคชันโลกจริง ไปจนถึงขีดความสามารถเชิงลึกด้านล่าง
Изображение HEIF 14.HEIC

ในเลเยอร์บริการหลัก B.AI รวบรวมโมเดล AI ชั้นนำระดับโลกหลายสิบตัว ผสานทั้งเรือธงระดับอินเตอร์และโมเดลที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่า พอร์ตโฟลิโอครอบคลุมหมุดหมายสำคัญของโลกอย่าง ChatGPT (ซีรีส์ GPT-5.4/5.5/5.6), Claude (Opus/Sonnet/Haiku), Gemini (Flash/Pro) และ Grok (ซีรีส์ 4.5) ควบคู่กับโมเดลจีนชั้นนำ เช่น MiniMax (M2.7/M3), DeepSeek (ซีรีส์ V4), Kimi (K2.5/K2.6/K3), Zhipu GLM (5.1/5.2/5.3), Qwen (ซีรีส์ 3.6/3.8), Tencent Hy3 และ MiMo (V2.5/V2.5 Pro) พร้อมการเพิ่มโมเดลใหม่อย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้จึงสามารถสลับใช้งานโมเดลต่าง ๆ ได้ในอินเทอร์เฟซเดียว โดยไม่ต้องย้ายแพลตฟอร์มไปมา
Изображение HEIF 13.HEIC

เพื่อคลี่คลายความซับซ้อนในการเลือกโมเดล B.AI เปิดตัวฟีเจอร์ Auto Smart Routing จับคู่ภารกิจของผู้ใช้เข้ากับโมเดลที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ โดยพิจารณาจากประเภทงาน ระดับความซับซ้อน และต้นทุน ช่วยลดกำแพงในการใช้ประโยชน์จากระบบมัลติโมเดลลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ แดชบอร์ด Leaderboard ยังจัดอันดับโมเดลแบบเรียลไทม์จากปริมาณการใช้งานและคะแนนรีวิวของผู้ใช้ ช่วยให้ผู้ใช้ใหม่ค้นหาโมเดลที่ตอบโจทย์ได้อย่างรวดเร็ว

ฝั่งการเชื่อมต่อ API B.AI เปิดอินเทอร์เฟซ API key แบบรวมศูนย์ ให้นักพัฒนาเข้าถึงทุกโมเดลบนแพลตฟอร์มด้วยคีย์เดียว เพื่อตอบโจทย์ขนาดผู้ใช้ งบประมาณ และรูปแบบการดำเนินงานที่ต่างกัน B.AI API เสนอ 2 โหมดหลัก:

  • โหมด Official: เชื่อมต่อไปยัง API ของผู้ให้บริการดั้งเดิมโดยตรง พร้อมพูลทรัพยากรในราคาพิเศษ ลดราคาตั้งแต่ 10%–40% สำหรับโมเดลอย่าง GLM-5.2, Grok, Gemini และ GPT โดยจะทยอยขยายคัฟเวอเรจโมเดลต่อไป
  • โหมด Custom Provider: ให้ผู้ใช้เลือกผู้ให้บริการโมเดลตามโจทย์ธุรกิจ และปลดล็อกโครงสร้างราคาแบบหลายชั้น เสนอส่วนลดสูงสุดราว 90% สำหรับโมเดลกระแสหลักอย่าง Claude, GPT, Gemini, Kimi และ GLM พร้อมเพิ่มผู้ให้บริการและแพ็กเกจราคาใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มตัวเลือกการอินทิเกรต API ให้หลากหลายยิ่งขึ้น

ด้านการยืนยันตัวตนและการชำระเงิน B.AI รองรับทั้งราง Web2 และ Web3 เพื่อให้ผู้ใช้จากทุกอีโคซิสเต็มเข้าใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ ฝั่งล็อกอิน แพลตฟอร์มรองรับการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google เพียงคลิกเดียวสำหรับ Web2 ควบคู่กับการเชื่อมต่อวอลเล็ต Web3 หลายเชน ทั้ง TRON, Ethereum, BNB Chain, Optimism, Arbitrum รวมถึงเครือข่าย non-EVM อย่าง Solana ฝั่งการชำระเงิน B.AI เชื่อมสะพานระหว่างโลกฟิอัตและคริปโต: ผู้ใช้ Web2 จ่ายผ่าน Visa, WeChat Pay, Alipay และ UnionPay ได้ ขณะที่ผู้ใช้ Web3 เชื่อมต่อผ่านวอลเล็ตชั้นนำระดับโลกหลายสิบตัว เช่น TronLink, Binance Wallet, OKX Wallet, MetaMask และ Trust Wallet การผสานการรองรับวอลเล็ตเต็มรูปแบบเข้ากับการจ่ายเงินฟิอัต–คริปโตแบบรวมศูนย์ ช่วยมอบประสบการณ์ใช้งานและชำระเงินที่ลื่นไหลในระดับโลก

เพื่อขยายอีโคซิสเต็ม B.AI ได้ผูกความร่วมมือกับผู้นำด้านเทคโนโลยีและ Web3 หลายราย อาทิ ผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba Cloud และ Tencent Cloud ยูนิคอร์น AI อย่าง MiniMax รวมถึงผู้บุกเบิก Web3 อย่าง Biconomy, MoonPay, Pundi X Labs, KuCoin Web3 Wallet, Symbiosis, CROSS และ deBridge

ด้านกลยุทธ์กระตุ้นการใช้งาน B.AI เปิดแคมเปญทดลองใช้งานฟรีช่วงเวลาจำกัดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม มอบสิทธิ์เข้าถึง LLM ชั้นนำ 6 ตัวแบบไม่จำกัดและไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ ได้แก่ GLM-5.3-Flash (Ox Alpha), Qwen3.8-Flash, DeepSeek-V4-Flash, DeepSeek-V4-Flash-Vision-Exp, Tencent Hy3 และ Xiaomi MiMo-V2.5

ข้อมูลทางการระบุว่า…โปรโมชันครั้งนี้เป็นแรงขับสำคัญที่เร่งการเติบโตของการใช้งานอย่างก้าวกระโดด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปริมาณการใช้โทเคนรายวันของ B.AI ทะลุ 1.1 ล้านล้านโทเคน ขึ้นสู่หมุดหมายใหม่ในระดับคอมพิวต์เกิน 1 ล้านล้านครั้งต่อวัน ภายใน 14 วันแรกของแคมเปญ ปริมาณการประมวลผลสะสมแตะ 6.86 ล้านล้านโทเคน พร้อมดึงผู้ใช้ API รายใหม่เข้าระบบกว่า 196,000 บัญชี

Bank of AI: โครงสร้างพื้นฐานการเงินบนเชนแบบวันคลิกสำหรับ AI Agent

เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ Bank of AI วางตัวเป็น “ฮับโปรโตคอลการเงิน” ที่เชื่อมต่อโลก AI เข้ากับ Web3 โดยมอบความสามารถในการปฏิบัติการอัตโนมัติให้กับ AI agent ยกระดับจากแชตบอตแบบตอบสนอง มาเป็น “ตัวแสดงทางเศรษฐกิจ” ที่ตัดสินใจและลงมือทำได้ด้วยตนเอง

ถูกออกแบบเป็นชุดเครื่องมือการเงินแบบครบวงจร Bank of AI นำเสนอโมดูลการเงินมาตรฐานที่พร้อมใช้งานทันที (out-of-the-box) ผสานมาตรฐานสำคัญอย่างโปรโตคอลการชำระเงิน x402 และโปรโตคอลยืนยันตัวตน 8004 เข้ากับเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา เช่น MCP Server เฟรมเวิร์ก Skills plugin และ OpenClaw Extension ไม่ว่าจะด้วยโค้ดบรรทัดสั้นๆ หรือเพียงสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ นักพัฒนาหรือผู้ใช้แบบ no-code ก็สามารถเสริมความสามารถด้านการชำระเงินอัตโนมัติ การยืนยันตัวตน และการทำธุรกรรม DeFi ให้กับ AI agent ได้ทันที โดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านสมาร์ตคอนแทร็กต์

ปัจจุบัน MCP Server และเฟรมเวิร์ก Skills ของ Bank of AI รองรับ TRON, Ethereum และ BNB Chain AI agent ที่เชื่อมต่ออยู่สามารถดึงข้อมูลเรียลไทม์ และเชื่อมต่อกับโปรโตคอล DeFi ชั้นนำอย่าง SUN.io, JustLend DAO, Uniswap และ PancakeSwap เพื่อจัดการธุรกรรมแลกเปลี่ยน (swap) ปล่อยกู้–กู้ยืม ฟาร์มผลตอบแทน (yield farming) และอาร์บิทราจข้ามเชนได้แบบอัตโนมัติ ส่งผลให้ AI agent มีอิสระในการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างแท้จริง และกลายเป็นเลเยอร์ปฏิบัติการทางการเงินที่ขยายต่อได้สำหรับเศรษฐกิจ Web3 AI

AINFT: ศูนย์กลางการเทรดและเลเยอร์มาตรฐานด้านความน่าเชื่อถือสำหรับ AI Agent

AINFT มีเป้าหมายสร้างโครงสร้างพื้นฐานมาตรฐาน และทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางการซื้อขาย” สำหรับ AI agent ในฝั่งนักพัฒนา AINFT เตรียมเปิดแพลตฟอร์มวัดผลการเทรดเฉพาะทาง เพื่อแปลงไอเดียการลงทุนให้กลายเป็นผลทดสอบย้อนหลังเชิงปริมาณที่ผ่านการตรวจสอบ ช่วยสร้างมาตรฐานด้านผลการดำเนินงานและกรอบการพิสูจน์ประสิทธิภาพอย่างชัดเจนสำหรับกลยุทธ์การเทรดของ AI agent

นักพัฒนาจะสามารถประเมินกลยุทธ์ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงทุนจริง ผ่านข้อมูลจำลองตลาดจริงสำหรับสินทรัพย์หลักอย่าง BTC และ ETH แพลตฟอร์มจะให้การประเมินเชิงปริมาณอย่างเป็นกลาง ครอบคลุมตัวชี้วัดสำคัญ เช่น ผลตอบแทน การควบคุมความเสี่ยง (ระดับการจำกัดขาดทุนและ Maximum Drawdown) ความเสถียรของการปฏิบัติการ ความสามารถในการสร้างอัลฟา ตลอดจนตรรกะการตัดสินใจแบบ End-to-End ช่วยให้กลยุทธ์ชั้นนำสามารถโดดเด่นขึ้นจากการแข่งขันในตลาด และต่อยอดสู่ระบบจัดอันดับศักยภาพและใบรับรองความน่าเชื่อถือของ AI agent ที่อุตสาหกรรมยอมรับร่วมกัน

แม้ AINFT จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่เวอร์ชันพรีวิวได้เปิดให้ทดลองใช้งานแล้วบนเว็บไซต์ สำหรับความคืบหน้าผลิตภัณฑ์ โปรดติดตามได้ที่ @AINFT on X.

BTTInferGrid: เครือข่ายคอมพิวต์ AI แบบกระจายศูนย์ ปรับโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจคอมพิวต์

เปิดตัวโดย BitTorrent เมื่อเดือนมิถุนายน BTTInferGrid เป็นเครือข่าย DePIN ด้านคอมพิวต์แบบกระจายศูนย์ระดับเรือธงสำหรับงาน AI inference ทำหน้าที่เป็นรากฐานด้านคอมพิวต์ของระบบนิเวศ AI บน TRON เชื่อมต่อทรัพยากร GPU ว่างจากทั่วโลกเข้ากับนักพัฒนา AI เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวต์ยุคใหม่ที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้

ภายใต้แรงจูงใจแบบคริปโตอีโคโนมิกส์และกลไกฉันทามติแบบกระจายอำนาจ BTTInferGrid ผนวกรวมกำลังประมวลผล GPU ที่กระจัดกระจายและไม่ได้ใช้งานให้กลายเป็นพูลทรัพยากรที่มีมาตรฐานและจัดสรรได้ตามคำสั่ง ตอบโจทย์ความต้องการ inference ของนักพัฒนาได้อย่างแม่นยำ โมเดลนี้กำลังปรับโครงสร้างกระบวนการผลิต การกระจาย และกระแสคุณค่าของ “พลังคอมพิวต์” ใหม่ทั้งหมด ลดบทบาทการผูกขาดของศูนย์กลางแบบดั้งเดิมลงอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน BTTInferGrid รองรับโมเดลโอเพนซอร์สหลักหลายตัว เช่น Qwen3.6 27B, Qwen2.5 7B Instruct และ Meta Llama 3.1 8B Instruct ซึ่งนักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานผ่าน B.AI ได้เพียงคลิกเดียว ในระยะถัดไป แพลตฟอร์มเตรียมเปิด API มาตรฐานสำหรับการจัดสรรทรัพยากรคอมพิวต์แบบยืดหยุ่นตามความต้องการ ช่วยย่นวงจรการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI ให้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

ในระยะยาว BTTInferGrid ตั้งเป้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ “AI-native” อย่างเต็มรูปแบบ ภายในปี 2028 และหลังจากนั้น แผนคือการสร้างเครือข่ายครบวงจรที่ผสานคอมพิวต์ สตอเรจ และสมาร์ตคอนแทร็กต์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับ AI agent และแอปพลิเคชันอัตโนมัติ มุ่งสู่การเป็นเครือข่ายคอมพิวต์แบบกระจายศูนย์สำหรับ AI โอเพนซอร์สระดับโลก

เครื่องยนต์ DeFi + AI ของ TRON: สร้างภูมิคุ้มกันข้ามวัฏจักรตลาด

ท่ามกลางภาวะซบเซาทั่วทั้งอุตสาหกรรม TRON กลับสามารถเติบโตสวนวัฏจักรได้จากการเสริมความแข็งแกร่งฐาน DeFi ควบคู่ไปกับการขยายสู่ AI ภาค DeFi ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาด ขณะที่ระบบนิเวศ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วกำลังเปิดทางสู่ช่องทางรายได้ใหม่ ทั้งสองขาเสริมกันและกัน กลายเป็นแรงขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของ TRON และเป็น “พิมพ์เขียว” การเติบโตของ Web3 ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว

TRON ได้สร้างระบบนิเวศ DeFi ที่เติบโตเต็มที่ ครอบคลุมทั้งการเทรด การจัดการสินทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน SUN.io นำเสนอชุดบริการเทรดครบวงจร ตั้งแต่ SunSwap (DEX) SunPump (แพลตฟอร์มเปิดตัวเหรียญมีม) ไปจนถึง SUNX (แพลตฟอร์ม Perpetuals) ขณะที่ระบบนิเวศ JUST มอบโซลูชันการจัดการสินทรัพย์แบบครบชุดผ่าน JustLend DAO ทั้งการปล่อยกู้ SBM การ Stake สภาพคล่อง sTRX และการเช่าพลังงาน ควบคู่กับกระเป๋าเงินอัจฉริยะ GasFree และเหรียญเสถียร USDD ด้านโครงสร้างพื้นฐาน WINkLink oracle และ BitTorrent ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านข้อมูลและการถ่ายโอนไฟล์ให้ทั้งเครือข่าย

ด้วยรายได้จริงจากโปรโตคอล การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และนโยบายลดซัพพลายโทเคน ฐาน DeFi ที่แข็งแรงนี้ได้สร้างทั้งฐานรายได้และฐานผู้ใช้รองรับการรุกสู่ AI ของ TRON อย่างเต็มรูปแบบ

ฝั่ง AI TRON สร้างความได้เปรียบของผู้เล่นรายแรก (first-mover advantage) ผ่านการปล่อยผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วและเน้นการลงมือทำจริง จนก่อตัวเป็นระบบนิเวศแบบ Full-Stack และปิดลูปอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างนี้ยึดแกนหลัก 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ B.AI, Bank of AI, AINFT และ BTTInferGrid วางเป็นสถาปัตยกรรม 3 เลเยอร์ ตั้งแต่เลเยอร์บนสุดด้าน Entry สู่โมเดล เลเยอร์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI agent ไปจนถึงเลเยอร์ล่างด้านคอมพิวต์ แทนที่จะเป็นเพียงเครื่องมือแยกส่วน ส่วนประกอบเหล่านี้ถูกออกแบบให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน B.AI ทำหน้าที่เป็นประตูรับทราฟฟิกและให้บริการโมเดล Bank of AI และ AINFT เสริมขีดความสามารถด้านการเงินให้ AI agent ขณะที่ BTTInferGrid ทำหน้าที่เป็นชั้นคอมพิวต์แบบกระจายศูนย์ เมื่อทำงานประสานกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ช่วยขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันของ TRON ในมิติ Web3 AI และวางรากฐานให้กับการบูรณาการ AI–บล็อกเชนในระดับลึก

ในงาน Malaysia Blockchain Week 2026 Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON เน้นย้ำบทบาทของ TRON ในฐานะแกนกลางของการบรรจบกันระหว่าง AI และการเงิน เขาระบุว่า DeFi, การเงินดั้งเดิม (TradFi) และ AI กำลังเร่งตัวบรรจบกันผ่านสินทรัพย์ร่วม ระบบชำระเงินร่วม และฐานผู้ใช้ร่วม ในภูมิทัศน์การเงินอนาคตที่ขับเคลื่อนโดยสถาบันการเงิน บล็อกเชนโอเพนซอร์ส และ AI โครงสร้างพื้นฐานของ TRON จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

เช่นเดียวกับที่วิสัยทัศน์ปี 2019 ของ TRON วางรากฐานความเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Stablecoin และการรุกสร้างฐาน DeFi ในปี 2020 กลายเป็นแกนหลักของระบบนิเวศ การวางหมาก AI อย่างเป็นระบบในวันนี้กำลังทำหน้าที่เป็น “เครื่องยนต์เติบโต” สำหรับยุคถัดไป ผลักดันระบบนิเวศ TRON สู่พรมแดนเทคโนโลยีชุดใหม่

TRON Eco Team

สิงคโปร์

[email protected]

ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลจากบุคคลที่สามซึ่งผู้ออกให้ข้อมูลจัดส่งมาเพื่อเผยแพร่เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Yellow ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนี้โดยอิสระ และไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือการตกหล่น ข้อมูลทั้งหมดนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษี รวมถึงไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใด ๆ
ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด
แสดงข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
ข่าวล่าสุด
แสดงข่าวทั้งหมด