ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 กันยายน 2026, Chainwire
Theorem ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มซื้อขายสำหรับ RWA เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสินทรัพย์โลกจริงที่อยู่ในรูปแบบโทเค็น (Real-World Assets: RWA) โดยเฉพาะ แพลตฟอร์มเปิดให้ผู้ออกตราสาร แพลตฟอร์มโทเค็นไรส์ และบล็อกเชนเน็ตเวิร์ก สามารถสร้างและบริหาร “ตลาดรอง” ที่ปรับแต่งได้ให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของแต่ละสินทรัพย์
กระบวนการโทเค็นไรส์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดการเงินทั่วโลก โดยมีบางประมาณการชี้ว่า มูลค่าตลาดรวมของ RWA ได้ ทะลุ 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว ณ เดือนมิถุนายน 2026 แต่มีเพียงราว 3,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้นที่ถูกนำไปใช้งานจริงใน DeFi สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์โทเค็นจำนวนมากยังขาดสภาพคล่องและเข้าถึงการซื้อขายได้ยาก นอกจากนี้ เงินทุนกว่า 93–100% ที่ ไหลเข้า โปรโตคอล RWA มาจากการจองซื้อในตลาดแรก ขณะที่การซื้อผ่าน DEX จริงๆ อยู่เพียงราว 0–6% ในส่วนใหญ่ของกรณีศึกษา
ปรากฏการณ์ที่การออกโทเค็นทำได้ง่ายกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับการสร้างสภาพคล่องและตลาดรอง ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ยังไม่มีใครแก้ตก และนี่คือช่องว่างที่ Theorem ตั้งใจเข้ามาอุด
แทนที่จะสร้าง DEX ตัวใหม่เพิ่มในตลาด Theorem เลือกทำหน้าที่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มซื้อขาย” ที่ให้พันธมิตรนำไปดีพลอยภายใต้แบรนด์ของตนเองและบริหารจัดการได้อย่างอิสระ แนวคิดหลักคือเปิดโอกาสให้องค์กรสร้างเวนูซื้อขายเฉพาะกิจของตัวเอง โดยยังคงถือครองสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ การควบคุมการปฏิบัติการ และอำนาจการบริหารจัดการไว้เต็มรูปแบบ
Theorem ขับเคลื่อนด้วย Algebra Integral โครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มซื้อขายที่ผ่านการใช้งานจริงในตลาด ซึ่งถูกนำไปดีพลอยแล้วบน DEX กว่า 100 แห่ง ครอบคลุมมากกว่า 50 เครือข่าย EVM-compatible บนฐานนี้ Theorem เติม “กรอบกติกาที่ปรับแต่งได้” ซึ่งออกแบบมาสำหรับสินทรัพย์โลกจริงในรูปแบบโทเค็นโดยเฉพาะ
ภายใต้กรอบดังกล่าว ผู้ให้บริการตลาดไม่จำเป็นต้องบังคับให้สินทรัพย์ปรับตัวให้เข้ากับกลไก DEX ทั่วไปอีกต่อไป แต่สามารถฝังขั้นตอนตรวจสอบ KYC และคุณสมบัติผู้ลงทุน ข้อจำกัดการถือครอง ช่วงเวลาเปิดทำการอ้างอิงราคา ผู้ให้บริการยืนยันตัวตนภายนอก และกติกาการซื้อขายเฉพาะสินทรัพย์รูปแบบอื่น ๆ ได้ โดยยังคงความเข้ากันได้กับสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์อย่างครบถ้วน
แนวทางนี้ยังช่วยตอบโจทย์เรื่อง “สิทธิ์ในโครงสร้างพื้นฐาน” โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นสถาบันที่ไม่สามารถเสี่ยงพึ่งพาการตัดสินใจด้านธรรมาภิบาลจากบุคคลที่สามแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ด้วยโมเดลของ Theorem พันธมิตรสามารถดีพลอยเวนูของตนเอง ลดการพึ่งพาเชิงปฏิบัติการ และรักษาอำนาจการกำหนดทิศทางตลาดของตนเองได้อย่างเต็มที่
> “เฟสแรกของการโทเค็นไรส์คือการพาสินทรัพย์ขึ้นมาอยู่บนเชน ซึ่งวันนี้ทำสำเร็จแล้ว เฟสถัดไปคือการทำให้สินทรัพย์เหล่านั้น ‘ใช้งานได้จริง’” วลาดิมีร์ ทิคโฮมิรอฟ ผู้ก่อตั้ง Theorem กล่าว “หากไม่มีตลาดรองที่มีประสิทธิภาพ สินทรัพย์โทเค็นจำนวนมากแทบไม่ได้เคลื่อนไหวหลังการออกโทเค็น Theorem ต้องการเปลี่ยนสมการนี้ ด้วยการให้ ‘ตลาดตามกติกาของตัวเอง’ แก่แต่ละสินทรัพย์ ทำให้สินทรัพย์ไม่ต้องถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มซื้อขายแบบเดิมอีกต่อไป”
ปัจจุบัน Theorem พร้อมให้ดีพลอยใช้งาน บนบล็อกเชนที่รองรับ EVM เปิดโอกาสให้พันธมิตรสร้างเวนูซื้อขาย RWA ภายใต้แบรนด์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องผ่านการโหวตธรรมาภิบาลหรือรอการอนุมัติจากบุคคลที่สาม เงื่อนไขการเชื่อมต่อสามารถหารือเพิ่มเติมได้ผ่านการติดต่อทีมงานบนเว็บไซต์
เกี่ยวกับ Theorem
Theorem คือโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มซื้อขาย RWA ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างตลาดรองสำหรับสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปแบบโทเค็น ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจาก Algebra เปิดให้ผู้ออกตราสาร แพลตฟอร์มโทเค็นไรส์ และบล็อกเชนเน็ตเวิร์ก สร้างและควบคุมเวนูซื้อขายของตนเอง พร้อมกำหนดกติกาเฉพาะสินทรัพย์ได้ เช่น เงื่อนไข KYC ช่วงเวลาเทรด ข้อจำกัดการถือครอง และกลไกอ้างอิงราคา
เกี่ยวกับ Algebra
Algebra เป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน DeFi ที่ให้เทคโนโลยีสำหรับบล็อกเชนและแพลตฟอร์มการเงิน ในการเปิดให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบปรับแต่งได้ โครงสร้างพื้นฐานของ Algebra ขับเคลื่อน DEX มากกว่า 105 แพลตฟอร์ม บนบล็อกเชน EVM-compatible กว่า 25 เครือข่าย มียอดมูลค่าการซื้อขายสะสมมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ผ่านโปรโตคอลที่สร้างบน Algebra ผ่านผลิตภัณฑ์หลัก Algebra Integral บริษัทช่วยให้พันธมิตรสร้างตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ปลอดภัย ขยายตัวได้ และปรับแต่งได้เต็มรูปแบบ
ติดต่อ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ (PR Manager)
ดารินา โรวินสกาเอีย
[email protected]
