500 BTC เคลื่อนไหวจากกระเป๋าเงิน ‘คีย์หาย’ หลังผ่านไป 10 ปี ปริศนายิ่งทวีความเข้มข้น

500 BTC เคลื่อนไหวจากกระเป๋าเงิน ‘คีย์หาย’ หลังผ่านไป 10 ปี ปริศนายิ่งทวีความเข้มข้น

กระเป๋าเงิน Bitcoin (BTC) ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมานานและเชื่อมโยงกับหนึ่งในกรณี “คีย์หาย” ที่มีชื่อเสียงที่สุด ได้กลับมามีความเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดคำถามใหม่ ๆ ว่า ทรัพย์สินมูลค่า 423 ล้านดอลลาร์นั้น เคยไม่สามารถเข้าถึงได้จริงหรือไม่

ข้อมูลบนบล็อกเชน (data) ที่ถูกระบุโดยบัญชีวิเคราะห์ออนเชน แสดงให้เห็นว่า Bitcoin จำนวน 500 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 35.4 ล้านดอลลาร์ ถูกโอนเข้า Coinbase Prime เมื่อไม่นานมานี้ ธุรกรรมนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรกของกระเป๋าเงินดังกล่าวในรอบเกือบสิบปี

กระเป๋าเงินนี้ถูกเชื่อมโยงอย่างกว้างขวางกับ Clifton Collins นักลงทุน Bitcoin ยุคแรก ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเขาสูญเสียการเข้าถึง Bitcoin ราว 6,000 BTC หลังจากเก็บ private key ไว้บนกระดาษ ซึ่งต่อมาถูกทิ้งไป

ความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินนิ่งจุดคำถามใหม่

การเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันครั้งนี้ได้จุดประเด็นถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องเล่าดั้งเดิมที่ว่า เงินดังกล่าวสูญหายอย่างถาวร

แม้จะมีการเคลื่อนย้ายเพียงส่วนน้อยของยอดคงเหลือทั้งหมด แต่ธุรกรรมนี้บ่งชี้ว่ากระเป๋าเงินอย่างน้อยบางส่วนอาจยังสามารถเข้าถึงได้

การติดป้ายบนเชนที่เชื่อมโยงที่อยู่นี้กับ Collins ยังไม่ได้รับการยืนยัน และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเงินดังกล่าวเป็นของเขาจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จังหวะเวลาและขนาดของการโอนครั้งนี้ทำให้ชุมชนคริปโตหันกลับมาจับตามองอีกครั้ง

หากกระเป๋าเงินนี้เชื่อมโยงกับทรัพย์สินที่เชื่อว่าหายไปจริง ก็จะเป็นการท้าทายสมมติฐานที่มีมายาวนานเกี่ยวกับหนึ่งในเรื่องเล่าคำเตือนที่ถูกยกมาบ่อยที่สุดของ Bitcoin

Also Read: Tether Signs Big Four Firm For First Full Audit

กู้คืนบางส่วน หรือถูกระบุผิดตัว?

การเคลื่อนไหวของ 500 BTC ครั้งนี้ไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าทรัพย์สินทั้งหมด 6,000 BTC สามารถกู้คืนได้เต็มจำนวน ยังไม่ชัดเจนว่ามีกระเป๋าเงินหลายใบเกี่ยวข้อง หรือรายงานก่อนหน้านี้อาจประเมินขนาดของความสูญเสียเกินจริง

อีกความเป็นไปได้หนึ่งคือ กระเป๋าเงินนี้อาจถูกระบุเชื่อมโยงผิดมาตลอดหลายปี และการโอนครั้งล่าสุดอาจเป็นของผู้ถือรายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเลย

นักวิเคราะห์ระบุว่ากระเป๋าเงินขนาดใหญ่ที่นิ่งนานบางครั้งก็กลับมาใช้งานอีกครั้ง จากการกู้คืนคีย์ที่หายไป การรับมรดก หรือผู้ถือระยะยาวตัดสินใจเคลื่อนย้ายเงินหลังจากไม่ได้ทำธุรกรรมมานาน

ผลกระทบต่อราคาและการดูแลทรัพย์สิน

การโอนไปยังแพลตฟอร์มสถาบันอย่าง Coinbase Prime อาจบ่งชี้ถึงความตั้งใจที่จะขาย เก็บรักษา หรือปรับตำแหน่งสินทรัพย์ใหม่

การเคลื่อนไหวลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับผู้ถือรายใหญ่ที่ต้องการดำเนินธุรกรรมอย่างปลอดภัย หรือใช้โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

สำหรับตลาดในวงกว้าง เหตุการณ์นี้เน้นย้ำธีมที่เกิดซ้ำในประวัติศาสตร์ของ Bitcoin ที่เหรียญซึ่งเคยถูกมองว่าสูญหายไปแล้ว บางครั้งสามารถกลับเข้าสู่การหมุนเวียน ทำให้สมมติฐานด้านอุปทานและเรื่องเล่าเรื่องความขาดแคลนเปลี่ยนไป

ไม่ว่ากรณีนี้จะเป็นการกู้คืนสินทรัพย์อย่างแท้จริงหรือเป็นเพียงการระบุผิดตัว ธุรกรรมครั้งนี้ได้ทำให้หนึ่งในปริศนาที่อยู่ยงคงกระพันที่สุดของโลกคริปโต กลับมาอยู่ในจุดสนใจอีกครั้ง

Read Next: Billion-Dollar Trades Before Iran Announcement Trigger Calls For SEC Investigation

ข้อจำกัดความรับผิดชอบและคำเตือนความเสี่ยง: ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและการให้ข้อมูลเท่านั้น และอิงตามความเห็นของผู้เขียน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง รวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ การซื้อขายหรือการถือครองสินทรัพย์คริปโตอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน ความเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้แทนนโยบายหรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ Yellow ผู้ก่อตั้ง หรือผู้บริหาร ควรทำการวิจัยอย่างละเอียดด้วยตนเอง (D.Y.O.R.) และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ เสมอ
ข่าวล่าสุด
แสดงข่าวทั้งหมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทความวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทความการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
500 BTC เคลื่อนไหวจากกระเป๋าเงิน ‘คีย์หาย’ หลังผ่านไป 10 ปี ปริศนายิ่งทวีความเข้มข้น | Yellow.com