สำนักงานควบคุมเงินตราสหรัฐ (US Office of the Comptroller of the Currency: OCC) เผยแพร่ร่างกฎระเบียบความยาว 376 หน้าเพื่อบังคับใช้ the GENIUS Act ซึ่งส่วนที่ถูกโต้เถียงมากที่สุดมุ่งเป้าไปที่ “ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์” และอาจคุกคามโครงสร้างแบ่งปันรายได้ที่ทำให้ Coinbase สามารถจ่ายดอกผลราว 3.5% APY ให้ผู้ใช้ที่ถือ USDC ของ Circle (USDC) ได้
ทนายความในอุตสาหกรรมมีความเห็น แตกออกเป็นสองฝ่าย ว่าถ้อยคำในร่างครอบคลุมกว้างเพียงใด ขณะที่ธนาคารมองว่าร่างนี้ยัง “ไปไม่ไกลพอ”
GENIUS Act ซึ่งลงนามเป็นกฎหมายในเดือนกรกฎาคม 2025 ห้ามผู้ออกสเตเบิลคอยน์จ่ายผลตอบแทน (yield) ให้ผู้ถือโดยตรง
ร่างข้อเสนอของ OCC ขยาย ข้อห้ามดังกล่าวไปยังข้อตกลงกับบุคคลที่สาม โดยสร้าง “ข้อสันนิษฐานที่โต้แย้งได้” (rebuttable presumption) ว่าความสัมพันธ์ตามสัญญาใด ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งผ่านผลตอบแทนไปยังผู้ถือสเตเบิลคอยน์ ถือเป็นการละเมิด เว้นแต่คู่สัญญาจะพิสูจน์เป็นลายลักษณ์อักษรได้ว่ามิใช่เช่นนั้น
ข้อเสนอจะจำกัดอะไรบ้าง
ถ้อยคำที่ OCC เสนอครอบคลุมทั้งความสัมพันธ์แบบบริษัทในเครือ และข้อตกลง “ไวท์เลเบล” อย่างกรณีของ PayPal กับ Paxos ผู้ออก PYUSD
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เข้าเงื่อนไขคือ “สัดส่วนการถือหุ้น”: หากผู้ออกสเตเบิลคอยน์ถือหุ้นในบุคคลที่สามตั้งแต่ 25% ขึ้นไป ความสัมพันธ์นั้นจะอยู่ภายใต้ข้อห้ามทันที
หน่วยงานที่ถือหุ้นน้อยกว่านั้นอาจยังมีช่องทางสร้างโปรแกรมที่เกี่ยวเนื่องกับผลตอบแทนได้ แม้ว่าถ้อยคำเรื่องเกณฑ์สัดส่วนที่แน่ชัดจะยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ก็ตาม
หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck คือ Matthew Sigal ระบุบน X ว่าบริษัทอย่าง Coinbase จะต้องปรับโครงสร้างข้อตกลงให้ดูคล้ายโปรแกรมสะสมแต้มความภักดี (loyalty program) มากกว่าการจ่ายดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม: Third-Worst Q1 Since 2013: Bitcoin And Ether Close A Quarter That Rivaled The 2018 Bear Market
ทำไมทั้งสองฝ่ายถึงไม่พอใจ
ร่างข้อเสนอนี้ถูกวิจารณ์จากทั้งสองฝั่ง ทนายด้านการเงิน Scott Johnsson ให้สัมภาษณ์กับ Decrypt ว่าถ้อยคำในร่าง “มีแนวโน้มสูงมาก” ที่จะกระทบโปรแกรมรางวัล USDC ของ Coinbase แม้เขาคาดว่าจะมีการยื่นท้าทายทางกฎหมายก็ตาม ขณะที่ CEO ของ Circle คือ Jeremy Allaire ออกมาแสดงความชื่นชมต่อข้อเสนอของ OCC ต่อสาธารณะ
ด้านหนึ่ง แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมธนาคารให้สัมภาษณ์กับ Decrypt ว่า การออกกฎครั้งนี้ “ไม่แก้ปัญหา” เพราะภาคธนาคารต้องการให้ข้อจำกัดเรื่องผลตอบแทน ถูกเขียนไว้ในตัวบทกฎหมายโดยตรง มากกว่าจะปล่อยให้หน่วยงานกำกับดูแลเป็นผู้ออกกฎย่อยที่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ในอนาคต
Todd Phillips ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัย Georgia State ผู้เชี่ยวชาญกฎระเบียบสถาบันการเงิน ระบุว่าร่างของ OCC “จะไม่ทำให้สองฝ่ายที่กำลังทำสงครามกันอยู่พอใจ”
ความขัดแย้งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการเจรจา Clarity Act ว่าด้วยโครงสร้างตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมซึ่งติดหล่มอยู่ บางแหล่งข่าววงในมองว่ากระบวนการออกกฎของ OCC อาจเปิดทางให้สภาคองเกรส “ข้าม” ประเด็นผลตอบแทนไปจากร่างกฎหมายฉบับนั้นได้เลย แต่อีกฝ่ายมองว่าผลลัพธ์แบบนั้นแทบเป็นไปไม่ได้
ข้อตกลงระหว่างผู้แทนจากภาคธนาคารและอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งการเจรจาที่นำโดยทำเนียบขาวตั้งเป้าให้เสร็จภายในสุดสัปดาห์นี้ ยังไม่เกิดขึ้นจริง
ขณะนี้ OCC เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะเป็นเวลา 60 วันแล้ว และเส้นตายการบังคับใช้ GENIUS Act อย่างเต็มรูปแบบคือเดือนมกราคม 2027



