ดัชนี Fear & Greed Index ของตลาดคริปโตร่วงลงสู่ระดับ 11 ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับที่มองโลกในแง่ร้ายที่สุดของปีที่ผ่านมา ขณะที่ มูลค่ารวมของตลาดคริปโต หายไปราว 530 พันล้านดอลลาร์ภายในเจ็ดวัน
เกิดอะไรขึ้น: บรรยากาศทรุดตัว
ดัชนี CMC Fear & Greed ซึ่งสรุปมุมมองนักลงทุนคริปโตให้อยู่ในช่วงคะแนน 0 ถึง 100 บันทึกค่า ที่ระดับ 11 เมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมป้ายกำกับว่า “Extreme fear” โดยเมื่อวันก่อนหน้านั้นดัชนียังอยู่ที่ระดับ 14
หนึ่งสัปดาห์ก่อน ดัชนีอยู่ที่ระดับ 38 จัดอยู่ในโซน “Fear” และเมื่อหนึ่งเดือนก่อนอยู่ที่ระดับ 42 ซึ่งถือว่าเป็นโซนกลาง (Neutral)
การทรุดตัวอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการขาดทุนอย่างหนักทั่วทั้งตลาด มูลค่ารวมตลาดคริปโตลดลงราว 18.08% ภายในเจ็ดวัน จาก 2.97 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือ 2.44 ล้านล้านดอลลาร์
บิตคอยน์ (BTC) ยังคงมี ส่วนแบ่งตลาด ใกล้เคียงเดิมที่ราว 58.69% สะท้อนว่าทั้งบิตคอยน์และออลต์คอยน์ต่างก็รับแรงขายไปพร้อมกัน แทนที่จะมีการหมุนเงินย้ายไปยังสินทรัพย์ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีเคยขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 76 และต่ำสุดที่ระดับ 10 ระดับปัจจุบันจึงอยู่เหนือจุดต่ำสุดดังกล่าวเพียงหนึ่งจุดเท่านั้น
อ่านเพิ่ม: Analysts Eye $730 As BNB's Last Stand Before Mid-$600s
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ: สัญญาณยอมจำนน (Capitulation)
เทรดเดอร์มักตีความระดับความกลัวสุดขีดว่าเป็น “สัญญาณสวนกระแส” (Contrarian Indicator) ความเชื่อมั่นที่ต่ำมากอาจบ่งชี้ว่าฝูงชนกำลังยอมจำนน และโอกาสผลตอบแทนระยะยาวอาจเริ่มดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม สภาวะเช่นนี้ก็มักมาพร้อมสภาพคล่องตึงตัว การลิควิดสัญญาเพิ่มขึ้น และสเปรดที่กว้างขึ้น ปัจจัยเหล่านี้สามารถขยายขาลงให้รุนแรงกว่าเดิม หากเกิดช็อกครั้งใหม่
ตัวชี้วัดสำคัญที่ควรจับตาในตอนนี้ ได้แก่ มูลค่ารวมตลาดจะเริ่มทรงตัวหรือไม่ ส่วนแบ่งตลาดของบิตคอยน์ จะเพิ่มขึ้นในฐานะสินทรัพย์หลบภัยหรือไม่ และความผันผวนรายวันจะเย็นลงหรือไม่ ดัชนีที่ระดับ 11 อาจสะท้อนทั้ง “ปลายเฟสยอมจำนน” หรือ “ช่วงกลางของการลดเลเวอเรจ” ก็ได้ ดังนั้น สัญญาณการทรงตัวของตลาดจึงมีประโยชน์มากกว่าการพยายามจับจุดต่ำสุดแบบเป๊ะ ๆ
อ่านถัดไป: Can U.S. Government Bail Out Falling Bitcoin? Bessent Says No

