Intel รายงานผลประกอบการหนึ่งในงบที่ “เซอร์ไพรส์ตลาด” มากที่สุดในรอบหลายปี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยเปิดเผยรายได้ไตรมาส 2 ที่ 16.1 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 14.44 พันล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
ผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างแรง ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้น Intel พุ่งขึ้นราว 11% ในช่วงซื้อขายนอกเวลาทำการ โดยบางสำนักข่าวรายงานว่าระหว่างวันหุ้นทะยานขึ้นได้สูงสุดราว 12% ถือเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ที่เร็วที่สุดของผู้ผลิตชิปรายนี้ในรอบเกือบ 15 ปี
งบไตรมาสนี้ออกมาท่ามกลางช่วงเวลาที่สถานะของ Intel ในตลาดชิปเร่งความเร็วด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI accelerator) ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และตัวเลขที่ประกาศออกมาก็กำลังกดดันให้นักลงทุนต้องกลับมาประเมินใหม่ว่า Intel มีศักยภาพมากน้อยเพียงใดในการท้าชน Nvidia และ AMD เพื่อชิงส่วนแบ่งเม็ดเงินลงทุนด้าน AI compute
แรงขับเคลื่อนหลักมาจากดีมานด์เกี่ยวกับ AI โดยเฉพาะชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์และโปรเซสเซอร์สำหรับพีซี ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกที่เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน
Intel ยังปรับเพิ่มแผนการใช้จ่ายลงทุนเพื่อตอบรับคลื่น AI พร้อมให้มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มไตรมาส 3 ตามรายงานของ สำนักข่าว Reuters สะท้อนว่าผู้บริหารมองดีมานด์รอบนี้เป็นกระแสที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่แรงซื้อชั่วคราวในไตรมาสเดียว
ก่อนหน้างบเพียงไม่กี่วัน Intel เพิ่งประกาศขยายความร่วมมือด้าน AI กับ Google Cloud ซึ่งกลายเป็นปัจจัยบวกผลักดันราคาหุ้นขึ้นอีกราว 3% ไปแล้วในช่วงต้นสัปดาห์
อ่านเพิ่ม: หุ้น TSLA ร่วงหลังงบ Q2 พลาดเป้า ขณะ Tesla ทุ่ม 5.8 พันล้านดอลลาร์ลุย AI และหุ่นยนต์
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ถึงปัจจุบัน ราคาหุ้น Intel ปรับตัวขึ้นเกือบ 3 เท่า การวิ่งแรงเช่นนี้ยกเพดานความคาดหวังของตลาดขึ้นอย่างมาก และแทบไม่เปิดช่องให้บริษัท “พลาด” ได้เลย การที่ Intel ไม่เพียงแต่ทำได้ตามคาด แต่ยังออกมาดีกว่าคาดอย่างชัดเจน ทำให้รอบการปรับขึ้นของราคาหุ้นครั้งนี้มีฐานรองรับที่แข็งแรงกว่าช่วงต้นปีซึ่งยังเต็มไปด้วยความกังขา
รายได้โต 25% เปลี่ยนโฉมบทสนทนาเรื่องชิป AI
การที่ Intel รายงานยอดขายเพิ่มขึ้น 25% เป็นตัวเลขที่สามารถ “เปลี่ยนเรื่องเล่าเชิงการแข่งขัน” ได้ทันที ตลอดสองปีที่ผ่านมา Nvidia แทบจะผูกขาดพื้นที่การสนทนาในตลาดชิปเร่งความเร็ว AI ทว่าตัวเลขล่าสุดของ Intel บ่งชี้ว่าดีมานด์ต่อชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ของบริษัทเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ตระกูล Xeon ที่ใช้รองรับงาน inference ขนาดใหญ่
การฟื้นตัวของฝั่ง AI-CPU ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายจับสัญญาณได้ตั้งแต่กลางปี ตอนนี้มี “ตัวเลขจริงรายไตรมาส” มายืนยันแล้ว การเติบโตของรายได้ในระดับนี้ เมื่อมาพร้อมการชนะคาดทั้งในฝั่งรายได้และกำไร สื่อให้เห็นว่าการลงทุนด้าน AI ขยายวงกว้างมากพอจะหนุนผู้ผลิตชิปที่อยู่นอกกลุ่มผู้นำด้าน GPU โดยตรงได้เช่นกัน
สัญญาณต่อการแข่งขันชิป AI ในวงกว้าง
การที่ Intel ตัดสินใจเพิ่มแผนการใช้จ่ายลงทุนควบคู่ไปกับการให้ประมาณการไตรมาส 3 เชิงบวก มีนัยสำคัญเชิงกลยุทธ์มากกว่าความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นระยะสั้น เพราะสะท้อนว่าบริษัทพร้อมอัดเม็ดเงินเพื่อแข่งขันเชิงโครงสร้างพื้นฐาน AI ในจังหวะเดียวกับที่คู่แข่งก็เร่งลงทุนอย่างหนักเช่นกัน
AMD ยังคงเป็นคู่แข่งโดยตรงในตลาดชิปสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งฝั่ง CPU และ GPU และกระแสความเห็นของนักวิเคราะห์ยังแตกเป็นสองขั้วว่า Intel หรือ AMD คือเดิมพันที่ดีกว่าในระยะหลายปีข้างหน้า งบไตรมาส 2 ของ Intel ช่วยให้บริษัทมี “กระสุน” เพิ่มสำหรับการถกเถียงรอบใหม่ แม้ว่า Nvidia ยังครองความได้เปรียบอย่างชัดเจนในตลาดชิปเร่งความเร็ว AI เฉพาะทาง และความเป็นผู้นำดังกล่าวก็ยังไม่ได้ถูกสั่นคลอนโดยงบชุดนี้โดยตรง
สำหรับนักลงทุน งบไตรมาสนี้ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า ราคาหุ้น Intel ในปี 2026 ที่พุ่งแรงนั้น “วิ่งนำปัจจัยพื้นฐาน” ไปไกลเกินจริงหรือไม่ อย่างน้อยในรอบรายงานผลประกอบการครั้งนี้ ธุรกิจสามารถเร่งเครื่องขึ้นมาทันกับราคาหุ้นแล้ว ส่วนจะรักษาโมเมนตัมนี้ต่อไปได้ตลอดครึ่งปีหลังหรือไม่ คำตอบจะปรากฏชัดขึ้นในงบไตรมาสถัดไป
อ่านต่อ: หุ้น GOOG ร่วงหลัง Alphabet เพิ่มงบลงทุน AI อีก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้งบคลาวด์ออกมาดีเกินคาด





