สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ลดคาดการณ์ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลปลายปีอย่างมาก โดยประเมินว่า บิตคอยน์ (BTC) อาจร่วงลงถึง 50,000 ดอลลาร์ และ อีเธอเรียม (ETH) ถึง 1,400 ดอลลาร์ ในภาวะ “ขายทิ้งยอมแพ้” ตลอดช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนจะฟื้นตัวได้ภายในสิ้นปี 2026
เกิดอะไรขึ้น: ธนาคารหั่นเป้าราคาเงินคริปโต
ในรายงานฉบับใหม่ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดระบุว่าคาดจะเห็นราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอ่อนตัวลงต่อในระยะสั้น ธนาคารปรับลดเป้าหมายราคาบิตคอยน์ปลายปี 2026 เหลือ 100,000 ดอลลาร์ จากเดิม 150,000 ดอลลาร์ และเป้าราคาอีเธอเรียมเหลือ 4,000 ดอลลาร์ จาก 7,500 ดอลลาร์
รายงานระบุว่าการถือครองกองทุน ETF ที่ลดลง — โดยสถานะเฉลี่ยของ ETF บิตคอยน์ลดลงราว 25% — และสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคที่แย่ลง เป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคา ตลาดคาดว่าจะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจนกว่า Kevin Warsh จะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟด ในเดือนมิถุนายน ซึ่งสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมองว่าจะยิ่งทำให้นักลงทุนใน ETF มีแนวโน้มขายทำกำไรมากกว่าซื้อเฉลี่ยลดต้นทุน
อย่างไรก็ตาม ธนาคารชี้ว่าคาดการณ์ระยะยาวไปจนถึงปี 2030 ยังไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่ารอบการขายครั้งนี้ยังไม่ทำให้แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลรายใดล้มครืนเหมือนปี 2022 สะท้อนว่าสินทรัพย์กลุ่มนี้เริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: XRP Drops 33% But Nine-Year Trendline Holds Strong
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: ความเสี่ยงขาลงที่ลึกขึ้นข้างหน้า
การคาดการณ์ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดว่าบิตคอยน์อาจทำจุดต่ำระยะสั้นที่ 50,000 ดอลลาร์ และอีเธอเรียมที่ 1,400 ดอลลาร์ ยังถือว่าเป็นการย่อตัวที่เบากว่ารอบก่อน ๆ ตามรายงานระบุ ธนาคารคาดว่าสินทรัพย์ดิจิทัลตัวอื่น ๆ จะปรับลงตามเหรียญใหญ่ ก่อนที่การฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจะดันราคาให้กลับขึ้นสู่เป้าหมายใหม่ที่ปรับลดแล้ว
การคาดการณ์นี้มีน้ำหนักเพราะมาจากหนึ่งในธนาคารดั้งเดิมรายใหญ่ที่ติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใกล้ชิด หากเกิดขึ้นจริง การร่วงลงตามที่ประเมินไว้อาจเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั่วตลาดคริปโต ในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงกดดันความต้องการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง



