โทมาส เนียมโบร กงชา (Tomás Niembro Concha) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nodus International Bank รับสารภาพเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ว่าร่วมกันวางแผนยักยอกเงินอย่างน้อย 24.9 ล้านดอลลาร์จากสถาบันการเงินซึ่งตั้งอยู่ในเปอร์โตริโก และหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อเวเนซุเอลา
ชายวัย 64 ปี ผู้อาศัยอยู่ในไมอามี faces up โทษจำคุกสูงสุด 40 ปี จาก 2 กระทง และยอมรับให้มีการริบทรัพย์อย่างน้อย 16.9 ล้านดอลลาร์
เนียมโบรและประธานคณะกรรมการ ฮวน รามิเรซ (Juan Ramirez) ปกปิดผลประโยชน์ทับซ้อนจากกรรมการคนอื่น ผู้บริหาร และหน่วยงานกำกับดูแลของธนาคาร ในขณะดำเนินธุรกรรมฉ้อโกงที่นำไปสู่การชำระบัญชี Nodus Bank ในเดือนมีนาคม 2023
รามิเรซเคยรับสารภาพมาก่อนแล้ว และยอมให้ริบทรัพย์ 13.6 ล้านดอลลาร์
การลงทุนลวงโอนเงินหลายล้านสู่ผู้บริหาร
ระหว่างปี 2017 ถึง 2023 เนียมโบรและรามิเรซ caused ให้ Nodus Bank ลงทุน 11 ล้านดอลลาร์ในผู้ให้กู้ซึ่งตั้งอยู่ในไมอามี จากนั้นใช้บริษัทดังกล่าวปล่อยกู้ให้ตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ตั้งแต่เดือนมกราคม 2018 ถึงกันยายน 2021 ทั้งคู่หลอกลวงให้คณะกรรมการธนาคารซื้อสัญญาเงินกู้ (promissory note) จำนวน 47 ฉบับ รวมมูลค่า 25.3 ล้านดอลลาร์ จากบริษัท Nodus Finance ในไมอามี ซึ่งทั้งสองถือหุ้นร่วมกัน
หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของเปอร์โตริโกแจ้งว่า Nodus จะถูกชำระบัญชีในเดือนมีนาคม 2023 ผู้บริหารได้ทำให้ธนาคารยอมรับพอร์ตสินเชื่อจาก Nodus Finance เพื่อชำระหนี้
อ่านเพิ่มเติม: Warren Demands Answers On Bitmain Probe Tied To Trump Family
แผนเลี่ยงคว่ำบาตรเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันเวเนซุเอลา
ระหว่างปี 2021 ถึง 2023 เนียมโบรสมคบคิดดำเนินธุรกรรมต้องห้ามกับบุคคลที่ถูกกำหนดโดย OFAC ให้เป็นบุคคลที่ถูกระบุเป็นพิเศษ (Specially Designated National – SDN) จากการให้การสนับสนุนบริษัทน้ำมันของรัฐเวเนซุเอลา Petróleos de Venezuela (PDVSA)
เพื่อชำระหนี้เงินกู้ 2.5 ล้านดอลลาร์ เนียมโบรและบุคคลที่เป็น SDN ได้ขออนุญาตจาก OFAC เพื่อยึดบ้านของบุคคลดังกล่าวในเมืองเซาท์แฮมป์ตัน รัฐนิวยอร์ก ก่อนจะทำข้อตกลงแยกต่างหากเพื่อขายคืนบ้านหลังเดิมในราคา 4 ล้านดอลลาร์ผ่านบริษัทนอมินี ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ข้อจำกัดคว่ำบาตรห้ามไว้อย่างชัดเจน
เนียมโบรรับสารภาพในข้อหาร่วมกันสมคบคิดฉ้อโกงผ่านระบบโอนเงิน (wire fraud) และสมคบคิดละเมิดกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act โดยแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี การพิพากษากำหนดไว้ในวันที่ 8 มิถุนายน 2026






