เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเวเนซุเอลาในสุดสัปดาห์นี้อาจมีผลเกินกว่าการเมืองภายในประเทศ และอาจพลิกทิศทางการไหลของพลังงานโลก รวมถึงเปลี่ยนดุลอำนาจระหว่าง world’s largest geopolitical blocs.
ตาม analysis แหล่งพลังงานขนาดมหึมาของเวเนซุเอลาถูกมองผ่านเลนส์เชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มมีนัยสำคัญต่ออำนาจต่อรองของสหรัฐเหนือทั้งจีนและรัสเซีย
ตลาดเริ่มประเมินว่าหากสหรัฐควบคุมหรือมีอิทธิพลเหนือน้ำมันและก๊าซของเวเนซุเอลามากขึ้น จะส่งแรงกระเพื่อมอย่างไรต่อสินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน พันธบัตร และสินทรัพย์ดิจิทัล
น้ำมันดิบหนักของเวเนซุเอลา และความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซีย
เวเนซุเอลามีหนึ่งในปริมาณสำรองน้ำมันดิบหนักที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นประเภทน้ำมันที่คล้ายกับน้ำมันที่รัสเซียส่งออกสู่ตลาดโลกอย่างมาก
นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากสหรัฐสามารถเข้าถึงกำลังการผลิตของเวเนซุเอลาได้มากขึ้นภายใต้อิทธิพลของตน จะสามารถลดอำนาจกำหนดราคาของรัสเซีย โดยเฉพาะในเอเชีย ที่มอสโกพึ่งพาการส่งออกน้ำมันราคาถูกเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอย่างมาก
การนำเอาน้ำมันดิบหนักของเวเนซุเอลากลับเข้าสู่การหมุนเวียนในตลาดโลก อาจทำให้วอชิงตันสามารถบั่นทอนอำนาจด้านพลังงานของรัสเซียโดยอ้อม ในช่วงที่รายได้จากน้ำมันและก๊าซยังเป็นหัวใจสำคัญต่อเสถียรภาพการคลังของเครมลิน
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เวเนซุเอลาไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตที่ถูกคว่ำบาตร แต่กลายเป็น “ตัวแทนทดแทนเชิงยุทธศาสตร์” ในห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
การพึ่งพาพลังงานของจีนเข้าสู่สมการ
จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันเวเนซุเอลารายใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน คิดเป็นราว 5% ของปริมาณการนำเข้าน้ำมันต่อปีของจีน
การพึ่งพาดังกล่าวเพิ่มมิติด้านความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เข้าไปอีกขั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในการควบคุมกำลังการผลิตของเวเนซุเอลา จะสร้างจุดกดดันใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ–จีน
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยระบุว่าน้ำมันเวเนซุเอลาสามารถถูกขายให้จีนได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการไหลของพลังงานกำลังถูกปฏิบัติในฐานะ “เครื่องมือทางการทูต” มากกว่าจะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว
Also Read: Classified Intel Or Lucky Guess? New Polymarket Account Profits $400K From Maduro Arrest
นักวิเคราะห์ให้เหตุผลว่า อิทธิพลของสหรัฐเหนืออุปทานน้ำมันเวเนซุเอลา อาจทำให้วอชิงตันมีคันโยกเพิ่มเติมในการเจรจาการค้าและการเมืองกับปักกิ่ง
ก๊าซธรรมชาติเพิ่มเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์
นอกเหนือจากน้ำมันแล้ว โปรไฟล์ด้านพลังงานของเวเนซุเอลายังประกอบด้วยแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติราว 200 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างเต็มที่
ทรัพยากรดังกล่าวยิ่งขยายความสำคัญทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ระยะยาวของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อความต้องการก๊าซจากแหล่งที่หลากหลายทั่วโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้น
การควบคุมหรือมีอิทธิพลต่อการพัฒนาก๊าซเวเนซุเอลาในอนาคต อาจถูกนำไปใช้ในการวางแผนความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ชาติตะวันตกต้องการลดการพึ่งพาก๊าซรัสเซีย และประเทศกำลังพัฒนาต่างแย่งชิงแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้
ผลกระทบต่อตลาดลุกลามเกินกว่าภาคพลังงาน
การจัดวางทิศทางใหม่ของการไหลออกของพลังงานจากเวเนซุเอลา เกิดขึ้นในจังหวะอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก
ราคาพลังงานมีบทบาทศูนย์กลางในการกำหนดคาดการณ์เงินเฟ้อ ผลตอบแทนพันธบัตร และทิศทางค่าเงิน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยกำหนดความกล้า–ความกลัวความเสี่ยงในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ
นักวิเคราะห์ระบุว่า แค่ “ความรู้สึก” ว่าอุปทานพลังงานถูกดึงเข้าสู่การควบคุมเชิงภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น ก็เพียงพอที่จะเพิ่มความผันผวนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และหนุนให้เกิดความต้องการสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงรูปแบบอื่นมากขึ้น
ในบริบทนี้ สินทรัพย์คริปโตอาจตอบสนองเช่นกัน เมื่อบรรดานักลงทุนเริ่มประเมินมูลค่าที่เก็บรักษาได้โดยไม่ผูกกับรัฐชาติ ท่ามกลางโครงสร้างอำนาจโลกที่กำลังปรับตัว
แม้ในระยะสั้น ความสนใจยังจับจ้องไปที่พัฒนาการในเวเนซุเอลา แต่ภาพกว้างชี้ให้เห็นแนวโน้มเชิงลึกว่า
พลังงานกำลังกลับมาเป็น “เครื่องมือหลัก” ของยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง พร้อมผลที่ลุกลามไกลเกินกว่าตลาดน้ำมัน ไปจนถึงระบบการเงินโลกในวงกว้าง
Read Next: Senate Crypto Bill Markup Set For Jan 2026 As Lummis Warns 'Companies Are Fleeing Offshore'

